คำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับผู้สมัครงานและบุคลากรของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)


29 August 2568
1757

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ “สพร.” ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะบุคลากรของ สพร. และมุ่งมั่นในการดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักความจำเป็น ความชอบด้วยกฎหมาย ความโปร่งใส และความปลอดภัย โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่าน ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทราบถึงแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ สพร. ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจ้างงาน การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การปฏิบัติตามสัญญาจ้าง และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร

1. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล

สพร. จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการการเข้าพื้นที่ศูนย์ข้อมูล และเพื่อความมั่นคงปลอดภัย โดยมีรายละเอียดดังตารางต่อไปนี้

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ “สพร.” ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะบุคลากรของ สพร. และมุ่งมั่นในการดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักความจำเป็น ความชอบด้วยกฎหมาย ความโปร่งใส และความปลอดภัย โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่าน ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทราบถึงแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ สพร. ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจ้างงาน การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การปฏิบัติตามสัญญาจ้าง และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร 1. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล สพร. จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการการเข้าพื้นที่ศูนย์ข้อมูล และเพื่อความมั่นคงปลอดภัย โดยมีรายละเอียดดังตารางต่อไปนี้
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ “สพร.” ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะบุคลากรของ สพร. และมุ่งมั่นในการดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักความจำเป็น ความชอบด้วยกฎหมาย ความโปร่งใส และความปลอดภัย โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่าน ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทราบถึงแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ สพร. ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจ้างงาน การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การปฏิบัติตามสัญญาจ้าง และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร 1. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล สพร. จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการการเข้าพื้นที่ศูนย์ข้อมูล และเพื่อความมั่นคงปลอดภัย โดยมีรายละเอียดดังตารางต่อไปนี้
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ “สพร.” ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะบุคลากรของ สพร. และมุ่งมั่นในการดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักความจำเป็น ความชอบด้วยกฎหมาย ความโปร่งใส และความปลอดภัย โดยเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่าน ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทราบถึงแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ สพร. ดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (“ประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจ้างงาน การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล การปฏิบัติตามสัญญาจ้าง และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขององค์กร 1. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล สพร. จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการการเข้าพื้นที่ศูนย์ข้อมูล และเพื่อความมั่นคงปลอดภัย โดยมีรายละเอียดดังตารางต่อไปนี้

2. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

   สพร. จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงจากท่านเป็นหลัก ผ่านขั้นตอนการสมัครงาน การทำสัญญาจ้าง การให้ข้อมูลเพื่อลงทะเบียนในระบบต่าง ๆ ขององค์กร  และการเก็บข้อมูลชีวภาพเพื่อเข้าพื้นที่อาคารและศูนย์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี สพร. อาจได้รับข้อมูลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น หน่วยงานอ้างอิงที่ท่านระบุไว้ในใบสมัครงาน

3. สิทธิตาม พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของท่าน

   พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่ในความควบคุมของท่านได้มากขึ้น โดยท่านสามารถเริ่มใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

   3.1 สิทธิขอเข้าถึง รับสำเนาและเปิดเผยที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ สพร. เก็บรวบรวมอยู่ เว้นแต่กรณีที่ สพร. มีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

   3.2 สิทธิขอข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน ในการนี้ สพร. จะดำเนินการให้ข้อมูลดังกล่าวในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำไปใช้กับระบบอื่นได้โดยง่าย นอกจากนี้ ท่านสามารถขอให้ สพร. ส่งไฟล์ดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นได้โดยตรง หากระบบของ สพร. สามารถดำเนินการได้ในทางเทคนิค

   3.3 สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เว้นแต่กรณีที่ สพร. มีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะของ สพร.

3.4 สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ ด้วยเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษา เนื่องจากไม่มีความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ในข้อ 1
  • เมื่อท่านถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้ และ สพร. ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไป
  • เมื่อท่านได้คัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 3.3 และ สพร. ไม่มีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดในการปฏิเสธคำขอของท่านได้
  • เมื่อท่านเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

   เว้นแต่ สพร. ได้ดำเนินการการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของ สพร. หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ สพร. ได้รับมอบหมาย การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย

   3.5 สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

        3.5.1 เมื่อ สพร. อยู่ระหว่างการตรวจสอบตามคำร้องขอของท่านให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

        3.5.2 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต้องลบหรือทำลายเนื่องจากมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทน

      3.5.3 เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่ สพร. ได้แจ้งไว้ในข้อ 1 แต่ท่านประสงค์ให้ สพร. เก็บรักษาข้อมูลนั้นต่อไปเพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

        3.5.4 เมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และอยู่ระหว่างที่ สพร. ดำเนินการพิจารณาว่า สพร. มีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่าน หรือเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหรือไม่

   3.6 สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้มีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

   3.7 สิทธิในการถอนความยินยอมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้

   3.8 สิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อท่านเห็นว่า สพร. รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของ สพร. ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติดังกล่าว

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

   สพร. จะไม่เผยแพร่ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ของท่านที่ สพร. ได้เก็บรวบรวมไว้ให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามที่กำหนดในประกาศนี้ หรือเมื่อได้รับการร้องขอหรือได้รับความยินยอมจากท่าน หรือภายใต้บางสถานการณ์ ดังนี้

  • กรณีที่สำนักงานเชื่อโดยสุจริตว่า เป็นการดำเนินการที่มีการมอบอำนาจ มอบอำนาจช่วง ตัวแทน หรือผู้แทนโดยชอบธรรมของท่านที่มีอำนาจตามกฎหมายโดยชอบ
  • กรณีที่เป็นการเปิดเผยต่อหน่วยงานภาครัฐตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด เช่น กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม โดยสำนักงานเชื่อโดยสุจริตว่าเป็นการดำเนินการตามข้อกำหนดทางกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเป็นการดำเนินการตามหมายศาล คำสั่งศาล หรือกระบวนการยุติธรรม
  • กรณีที่เป็นการเปิดเผยต่อบุคคลที่สามที่ให้บริการแก่ สพร. และมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลของท่านในการให้บริการนั้น เช่น ผู้ให้บริการประกันสุขภาพกลุ่ม สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล โดย สพร. จะจัดให้มีข้อตกลงที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลของท่าน
  • กรณีที่ สพร. เชื่อโดยสุจริตและมีเหตุผลที่ดีที่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ สพร. จำเป็นต้องดำเนินการ ได้แก่
    • เพื่อการสืบสวน สอบสวน และระงับเหตุอาชญากรรม การทุจริต การฉ้อโกง หรือ
    • เพื่อป้องกันหรือรับมือกับภัยคุกคามตลอดจนการกระทำที่อาจสร้างความเสียหายต่อสิทธิ ทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยของสาธารณะ รวมถึงของสำนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ
    • เพื่อป้องกันหรือรับมือการกระทำที่ละเมิดต่อข้อตกลงการใช้บริการของสำนักงาน หรือต่อกฎหมาย

   ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกรณีดังกล่าวข้างต้น สพร. จะเปิดเผยเท่าที่จำเป็น และใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมาตรฐานสากลที่ สพร. ประกาศใช้ในองค์กร

5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

   ในบางกรณี สพร. อาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ โดย สพร. จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังหน่วยงานหรือประเทศที่มีมาตรฐานความปลอดภัยในการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเพียงพอ ทั้งนี้ โดยดำเนินการตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือโอนไปยังต่างประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้

   5.1 เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนดให้ สพร. ต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

   5.2 ได้แจ้งให้ท่านทราบและได้รับความยินยอมจากท่านในกรณีที่ประเทศปลายทางมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ ตามประกาศรายชื่อประเทศที่คณะกรรมการคุ้มครองส่วนบุคคลประกาศกำหนด

   5.3 เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น

   5.4 เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่าง สพร. กับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน

   5.5 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือของบุคคลอื่น เมื่อท่านไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้

   5.6 เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

   6.1 กรณีที่ไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงาน: สพร. จะจัดเก็บข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่แจ้งผลการพิจารณา เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาตำแหน่งงานอื่นที่อาจเหมาะสมกับท่านในอนาคต และเพื่อการตรวจสอบอ้างอิง เว้นแต่ท่านจะแจ้งความประสงค์ให้ลบหรือทำลายข้อมูลของท่านก่อนครบกำหนดดังกล่าว

   6.2 กรณีที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงาน: สพร. จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาการจ้างงาน และจะจัดเก็บต่อไปอีกเป็นระยะเวลา 10 ปีหลังสิ้นสุดการจ้างงาน เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายและเพื่อการตรวจสอบอ้างอิงที่จำเป็น เว้นแต่ข้อมูลประวัติอาชญากรรมที่จะดำเนินการจัดเก็บเป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ได้รับข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบอ้างอิงทางกฎหมาย หลังจากนั้น สพร. จะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลดังกล่าวตามขั้นตอนขององค์กร

   6.3 กรณีพนักงานได้รับสิทธิ์ถาวรในการเข้าในการเข้าถึงศูนย์ข้อมูล: ข้อมูลลายนิ้วมือและรูปถ่ายของท่านที่ใช้ในการเข้าถึงศูนย์ข้อมูลจะถูกลบทันทีที่การจ้างงานสิ้นสุดลง หรือท่านไม่ได้รับสิทธิ์ถาวรในการเข้าถึงศูนย์ข้อมูลอีกต่อไป

   6.4 กรณีการจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของพนักงาน: ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์จากการเข้าใช้งานระบบสารสนเทศของ สพร. จะถูกจัดเก็บเป็นระยะเวลา 90 วัน

   หมายเหตุ: สพร. อาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินระยะเวลาที่กำหนดข้างต้น หากมีเหตุที่ สพร. ได้รับแจ้งหรือเชื่อโดยสุจริตได้ว่าอาจมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย หรือเกิดข้อพิพาท และจำเป็นต้องมีการสืบสวน สอบสวน ตลอดจนรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดย สพร. จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็นจนกว่ากระบวนการจะเสร็จสิ้น หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นกำหนด

7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

   สพร. ได้จัดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมาตรฐานสากลที่ สพร. ประกาศใช้สำหรับการปฏิบัติงานภายในองค์กร

8. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว

   ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ สพร. อาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่ สพร. เห็นสมควร และ สพร. จะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางการสื่อสารภายในขององค์กร โดยมีวันที่ของเวอร์ชันล่าสุดกำกับอยู่ตอนท้าย

9. ช่องทางการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลและการติดตามสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

   สพร. เปิดโอกาสให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีส่วนร่วมในการควบคุมและจัดการข้อมูลของตน โดยสามารถยื่นคำร้องขอใช้สิทธิตามข้อ 3. หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านช่องทาง ดังนี้

   9.1 พนักงานหรือพ้นสภาพการเป็นพนักงาน: ติดต่อส่วน CMH

   9.2 ผู้สมัครงานที่ยังไม่เคยได้รับการบรรจุเป็นพนักงาน: ติดต่อ DGA Contact Center โดยมีรายละเอียด ดังนี้

        หมายเลขโทรศัพท์ 02-612-6060

        จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ [email protected]

        เว็บไซต์ https://www.dga.or.th/contact-dga/

        โดย สพร. จะพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขข้อกังวลและปัญหาต่าง ๆ

        หมายเหตุ: คำร้องสามารถยื่นโดยเจ้าของข้อมูลเอง หรือโดยบุคคลที่มีอำนาจแทนตามกฎหมาย โดยต้องแนบหลักฐานแสดงตนหรือหนังสือมอบอำนาจตามที่ สพร. กำหนด

   อย่างไรก็ดี สพร. อาจมีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำร้องขอใช้สิทธิดังกล่าวในบางกรณีตามรายละเอียดในข้อ 3.