รัฐบาลดิจิทัลจะพัฒนาไปในทิศทางไหน และคนไทยจะได้อะไร? Digital Government ในอีก 5 ปีข้างหน้า


24 February 2565
19
2565 02 24 เวลา 09.36.25
2565 02 24 เวลา 09.44.18 1

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA จัด ‘การประชุมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็น (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 – 2570’ โดยมี นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประธานคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวเปิดการประชุม พร้อมด้วย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวีดิโอเรื่อง “ความคาดหวังต่อการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล” และ ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล นำเสนอเรื่อง “ทิศทางพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ผ่านระบบออนไลน์

2565 02 24 เวลา 10.08.24 1

ทั้งนี้เพื่อเป็นการดำเนินงานด้านการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง DGA ได้จัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 – 2570 ขึ้น โดยมุ่งหวังให้ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาครัฐได้ประโยชน์จากการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล บรรลุผลลัพธ์ในปี 2570 ตามแผน 4 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาบริการที่สะดวกและเข้าถึงง่ายด้วยรัฐบาลดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 2 เสร้างมูลค่าเพิ่มและอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจด้วยรัฐบาลดิจิทัล ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน และเปิดเผยข้อมูลเปิดภาครัฐ และยุทธศาสตร์ที่ 4 บูรณาการข้อมูลและกระบวนงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อการบริหารงานที่ยืดหยุ่นและคล่องตัว

2565 02 24 เวลา 09.50.56
2565 02 24 เวลา 10.09.44
2565 02 24 เวลา 09.56.26
2565 02 24 เวลา 10.09.53 1
2565 02 24 เวลา 09.57.57
2565 02 24 เวลา 10.10.00 1
2565 02 24 เวลา 10.03.48 1
2565 02 24 เวลา 10.10.14
2565 02 24 เวลา 10.05.35 1
2565 02 24 เวลา 10.23.46
2565 02 24 เวลา 09.35.12
2565 02 24 เวลา 10.44.36
2565 02 24 เวลา 11.05.00 1
2565 02 24 เวลา 10.55.27
2565 02 24 เวลา 11.33.55 1
2565 02 24 เวลา 15.53.11
2565 02 24 เวลา 11.41.36

โดย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า ภายใต้การเปลี่ยนแปลงและความจำเป็นเร่งด่วนของสถานการณ์ปัจจุบัน ภาครัฐจึงต้องเร่งขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลในเชิงรุกมากขึ้น ตามแนวทางการพัฒนา 4 ประการ คือ 1. การบูรณาการการทำงานและเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเปิดทางสู่การใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ 2. ยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและการพัฒนาทัศนคติของบุคลากรให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง 3. พัฒนาบริการออนไลน์ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม โดยผู้ที่อาจยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจและพัฒนาทักษะดิจิทัล (Digital Literacy) เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และ 4. การตระหนักถึงความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและเคารพความเป็นส่วนตัวของข้อมูลประชาชน รวมถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Economy) ที่เป็นวาระแห่งชาติ ด้วยการเชื่อมโยง BCG เข้ากับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยส่งเสริมด้านเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ความปลอดภัย (Safety) และความยั่งยืน (Sustainability) เพื่อเป็นทางเลือกหนึ่งของยุทธศาสตร์อาเซียนในยุคหลังโควิด-19

ด้าน นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เล่าให้ฟังถึงภาพในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า ในอนาคตมุ่งหวังให้ภาครัฐจะสามารถปรับตัวได้ได้รวดเร็ว ทันเวลา ทันสมัยต่อเหตุการณ์และความต้องการของประชาชน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ผ่านการให้บริการต่าง ๆ ของภาครัฐที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวก ตอบสนองความต้องการประชาชน ทุกช่วงวัย อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม การบริหารงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการเดินหน้าภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลนี้ จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “ข้อมูล” ทั้งในส่วนของข้อมูลเปิดและชุดข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาใช้ในการต่อยอดสร้างประโยชน์แก่ภาคประชาชน เอกชน และภาครัฐให้เป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้เกิด “การใช้ประโยชน์จากข้อมูล และมุ่งสู่ “Data Driven Government” อย่างแท้จริง

2565 02 24 เวลา 11.51.12
2565 02 24 เวลา 13.44.58
2565 02 24 เวลา 14.44.51
2565 02 24 เวลา 13.40.57
2565 02 24 เวลา 13.58.42
2565 02 24 เวลา 14.58.25
2565 02 24 เวลา 13.43.06
2565 02 24 เวลา 14.21.15
2565 02 24 เวลา 15.03.32

ดร. สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ได้เล่าให้ฟังถึงทิศทางพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ตามแนวทาง (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566 – 2570 ว่า ดำเนินการภายใต้วิสัยทัศน์ “บริการภาครัฐสะดวก โปร่งใส ทันสมัย ตอบโจทย์ประชาชน” โดยมุ่งเน้นความสำคัญ (Focused Areas)  10 กลุ่ม ได้แก่ SMEs, ความเหลื่อมล้ำทางสิทธิสวัสดิการประชาชน การศึกษา การเกษตร การมีส่วนร่วม โปร่งใส และตรวจสอบได้ของประชาชน สุขภาพและการแพทย์ สิ่งแวดล้อม แรงงาน ยุติธรรม และการท่องเที่ยว เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ทุกท้องถิ่นมากขึ้น และเมื่อทุกหน่วยงานภาครัฐสามารถเพิ่มขีดความสามารถด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนาประเทศทั้งเทคโนโลยี AI, Blockchain ฯลฯ จะส่งผลให้เกิดประโยชน์มหาศาลกับการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด อาทิ ประชาชนและภาคธุรกิจเข้าถึงบริการภาครัฐผ่านช่องทางออนไลน์แบบเบ็ดเสร็จ ครบถ้วนทุกบริการและการใช้งาน ได้รับบริการได้ง่ายด้วยบัตรประชาชนหรือการยืนยันตัวตนในการติดต่อหรือทำธุรกรรม ประชาชนสามารถร่วมกำหนดและออกแบบบริการที่ตนเองต้องการกับหน่วยงานภาครัฐได้ ภาคธุรกิจเข้าถึงข้อมูลแนวโน้มตลาดแรงงานของประเทศสามารถประเมินการทำธุรกิจได้แม่นยำมากขึ้น หน่วยงานภาครัฐประหยัดงบประมาณจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สามารถเข้าถึงข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นในการทำงานของแต่ละหน่วยงานได้อย่างไร้รอยต่อ หน่วยงานรัฐท้องถิ่นมีชุดเครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น

สำหรับการจัดงานประชาพิจารณ์ฯ ในครั้งนี้ มีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่ง DGA ได้รวบรวมข้อเสนอแนะที่ได้รับนำไปประกอบการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลฯ ให้มีความครบถ้วนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไป จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจมาเป็นส่วนหนึ่งในพลังที่สร้างสรรค์ร่วมส่งความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570 (สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ตามลิงก์: https://www.dga.or.th/policy-standard/policy-regulation/dga-019/dga-027/) ภายในวันที่ 10 มีนาคม 2565 ได้ที่อีเมล [email protected]

Live ประชุมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็น ร่างแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570 (ช่วงเช้า)

Live ประชุมประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็น ร่างแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2566-2570 (ช่วงบ่าย)