DGA จัดการประชุมชี้แจง (ร่าง) แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และแนวทางการจัดทำคำของบประมาณโครงการภายใต้ (ร่าง) แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล


13 ธันวาคม 2564
140

ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานการประชุมชี้แจง (ร่าง) แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และแนวทางการจัดทำคำของบประมาณโครงการภายใต้ (ร่าง) แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ผ่านการประชุมออนไลน์ จัดโดย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานรัฐภาคส่วนต่างๆ สนใจเข้ารับฟังเป็นจำนวนมาก . โดย ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ได้กล่าวถึงแผนงานบูรณาการดิจิทัลฯ ว่า DGA ได้ดำเนินการมาแล้วเป็นระยะเวลา 2 ปี พบว่ามีโครงการและหน่วยงานที่ดำเนินการเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีหน่วยงานดำเนินการทั้งสิ้น 29 หน่วยงาน 50 โครงการ มีงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจำนวนทั้งสิ้น 2,409.3962 ล้านบาท . สำหรับแนวทางการจัดทำแผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 นี้ประกอบด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 การเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรภาครัฐให้พร้อมรองรับการเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Skills) ที่ยังเป็นความท้าทายของหน่วยงานภาครัฐในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล แนวทางที่ 2 การสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มกลางหรือโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกลางภาครัฐ (Digital Common Platform) และแนวทางที่ 3 การบูรณาการข้อมูลและบริการภาครัฐในรูปแบบดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์มบริการแบบเบ็ดเสร็จเพื่อตอบสนองตามความต้องการของผู้ใช้บริการ (End-to-End Digital Data and Services via Digital Service Platform) . ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 DGA มุ่งหวังให้แผนบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล เป็นแผนการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานอย่างแท้จริง โดย ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ได้กล่าวเน้นย้ำว่า แผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ที่มุ่งเน้นเน้นการขับเคลื่อน 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านการเกษตร

ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพการแพทย์ ด้านความเหลื่อมล้ำสิทธิสวัสดิการ ด้านกลุ่มโปร่งใสและการมีส่วนร่วม และด้านกลุ่ม SMEs และด้านอื่น ๆ ที่สนับสนุนการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ดังนั้น ขอให้หน่วยงานของรัฐช่วยกันผลักดันโครงการสำคัญที่ก่อให้เกิดผล impact ในการทำงานร่วมกัน รวมถึงการจัดทำงบประมาณที่มีแผนการใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป