DGA เปิดเวที Knowledge Sharing ถอดบทเรียนระดับโลก! ชี้ 3 กลไกสำคัญ “ผู้นำ-อำนาจหน้าที่-ทักษะ” ขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลไทย สู่เป้าหมาย ‘สะดวก มั่นใจ บริการภาครัฐไทยสำหรับทุกคน’
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA จัดประชุมแบ่งปันความรู้เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (Knowledge Sharing) เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ภายใต้หัวข้อ “กลไกการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลสู่การดำเนินงานของภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเข้าร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากสหราชอาณาจักรและเอสโตเนีย โดยมี นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ประธานเปิดการประชุมกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมสะท้อนความจำเป็นที่ภาครัฐต้องมีกลไกการทำงานที่ชัดเจน มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร การติดตามประเมินผล และการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาลและยั่งยืน
ในการนี้ ลอร์ดฟรานซิส มอดด์ ที่ปรึกษาโครงการอาวุโส อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการลงทุน และอดีตรัฐมนตรีประจำสำนักคณะรัฐมนตรี และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของสหราชอาณาจักร กล่าวเน้นย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลต้องเป็น “การปฏิวัติ (Revolution)” ที่ต้องเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่การพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป (Evolution) โดยเน้นย้ำถึง 3 องค์ประกอบหลักที่ต้องทำงานสัมพันธ์กัน คือ ความเป็นผู้นำ (Leadership) คำสั่งและอำนาจที่ชัดเจน (Mandate) และทักษะบุคลากร (Capability) หากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง การปฏิรูปจะไม่เกิดผลสัมฤทธิ์
ด้าน นายซิม ซิคคุต ที่ปรึกษาโครงการอาวุโส และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของสาธารณรัฐเอสโตเนียและให้คำปรึกษาด้านรัฐบาลดิจิทัลแก่นานาประเทศ กล่าวว่า “การกำกับดูแล (Governance)” คือหัวใจของการปฏิรูป โดยเอสโตเนียใช้หลักการ Once-Only คือภาครัฐจะไม่เรียกข้อมูลซ้ำจากประชาชน หากมีอยู่ในระบบของหน่วยงานอื่นแล้ว ซึ่งกลไกนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย บทบาทผู้นำในหลายระดับ (Political Champion และ Government CIO) กฎหมายที่ชัดเจน เพื่อสร้างความสอดคล้องของทั้งระบบ ทรัพยากรและแรงจูงใจ แบบ “Carrot and Stick” และ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับชุมชน
การเสวนาในหัวข้อ “กลไกที่ประเทศไทยควรมีเพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลสู่การดำเนินงานของภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย กรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล คุณณัฏฐา พาชัยยุทธ ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ลอร์ดฟรานซิส มอดด์ และ นายซิม ซิคคุต โดยมี คุณพิลาสินี กิตติขจร ที่ปรึกษาอาวุโส เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งสามารถสรุปในประเด็นสำคัญเพื่อการขับเคลื่อนได้ดังนี้
- มิติของกฎหมายและกฎระเบียบ: คุณณัฏฐา พาชัยยุทธ ชี้ถึงความจำเป็นในการตรา พ.ร.บ. การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 เพื่อเป็นกฎหมายกลางบังคับใช้ระบบดิจิทัลอย่างจริงจัง แม้จะยังมีความท้าทายในการนำไปปฏิบัติในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประมาณ 7,800 กว่าแห่ง
- การจัดสรรงบประมาณ: ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ให้ข้อคิดว่า งบประมาณโดยรวมนั้นเพียงพอ แต่ขาดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ จึงควรมุ่งเน้นการใช้งบกลางเพื่อสนับสนุนระบบร่วมที่ใช้ประโยชน์ได้ทั่วทั้งภาครัฐเพื่อลดความซ้ำซ้อน
- การพัฒนาทักษะบุคลากร: ลอร์ดฟรานซิส มอดด์ เน้นย้ำว่า อุปสรรคในการดึงดูดบุคลากรที่มีศักยภาพไม่ได้อยู่ที่ค่าตอบแทน แต่อยู่ที่ข้อจำกัดเชิงกฎระเบียบและกระบวนการราชการที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นสาเหตุให้บุคลากรไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ การประชุมกลุ่มย่อยได้มีการระดมสมองเพื่อเสนอแนวทางและกลไกขับเคลื่อนที่สำคัญ โดยมีข้อสรุปสำคัญ ดังนี้
- พอร์ทัลกลาง: DGA ควรเป็นหน่วยงานหลักในการสร้างบริการนำร่องที่ประสบความสำเร็จ, กำหนดมาตรฐาน UX/UI กลาง, จัดตั้งทีมสนับสนุนเฉพาะสำหรับการเชื่อมต่อ, และปรับตัวชี้วัดของ ก.พ.ร. ให้เน้น ผลลัพธ์เชิงคุณภาพ
- บริการดิจิทัลพื้นฐาน: ต้องมี นโยบายระดับชาติที่ชัดเจนและมีเอกภาพ ในการใช้บริการร่วม (โดยเฉพาะ Digital ID) โดยควรกำหนดหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและบริหารงบประมาณแบบรวมศูนย์, ออกแบบโดยยึด User-Centric, และให้ใช้งานฟรีในช่วงเริ่มต้นเพื่อสร้างแรงจูงใจ
- การเชื่อมต่อข้อมูล: DGA ควรเป็นหน่วยงานหลักในการยกระดับ GDX เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยมีกฎหมายรองรับให้ทุกหน่วยงานเชื่อมต่อ, จัดทำ Master Data เป็นมาตรฐานร่วม, ใช้การปรับลดงบประมาณเป็นกลไกบังคับใช้, และสร้าง Community of Practice (CoP)
- ข้อมูลเปิด (Open Data): DGA ควรเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนากฎหมายรองและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน, จัดทำมาตรฐานข้อมูลร่วมที่อยู่ในรูปแบบ machine-readable, และปรับปรุง KPI ของ ก.พ.ร. ให้เน้น คุณภาพ ของข้อมูลที่เปิดเผย
- ความปลอดภัยทางไซเบอร์: ควรเน้น มาตรการจูงใจเชิงบวก (เช่น การมอบรางวัล) แทนการใช้ KPI, กำหนดให้มีการประเมินตนเอง, และกำหนด มาตรฐานขั้นต่ำ ที่ใช้ร่วมกันทั่วภาครัฐ เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดความตระหนักรู้และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ
DGA จะนำบทเรียนและข้อเสนอแนะทั้งหมดนี้ไปขับเคลื่อนในการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดกลไกการกำกับดูแลที่เข้มแข็งและมีอำนาจหน้าที่อย่างแท้จริง ทั้งในด้านงบประมาณ กฎหมาย และการพัฒนาบุคลากร เพื่อให้วิสัยทัศน์ ‘สะดวก มั่นใจ บริการภาครัฐไทยสำหรับทุกคน’ สามารถเกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน”
