ครั้งที่ 23 ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กรกลางสำหรับภาครัฐ (ERP)


30 October 2568
177
DGA ระดมความเห็นหน่วยงานหลัก วางรากฐาน “ระบบ ERP กลางภาครัฐ” ปลดล็อกการทำงานภาครัฐยุคใหม่ สู่รัฐบาลดิจิทัลยั่งยืน

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ตอกย้ำภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ ได้จัดการประชุมระดมสมอง (Focus Group) ครั้งที่ 23 ในหัวข้อ “ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กรกลางสำหรับภาครัฐ (ERP)” เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมี นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA เป็นประธานเปิดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับการให้บริการภาครัฐ พร้อมส่งเสริมความร่วมมืออย่างบูรณาการระหว่างทุกหน่วยงาน

DGA ระดมความเห็นหน่วยงานหลัก วางรากฐาน “ระบบ ERP กลางภาครัฐ” ปลดล็อกการทำงานภาครัฐยุคใหม่ สู่รัฐบาลดิจิทัลยั่งยืน

ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณศรีวิไล คงคารัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน ERP จากบริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ ได้นำเสนอภาพรวมของระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) ว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้บริหารจัดการทรัพยากรและเชื่อมโยงระบบการทำงานในองค์กร ซึ่งช่วยแก้ปัญหาสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ประสิทธิภาพและต้นทุน (ลดการทำงานซ้ำซ้อน) ความเสี่ยง (ด้านบัญชี/การเงิน) และการตัดสินใจ (จากข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน) รูปแบบการใช้งานมีทั้ง On-premise, On-cloud และ Hybrid โดยสามารถเลือกใช้ทั้งชุด (ERP Suites) หรือเฉพาะโมดูลหลัก (เช่น FRM, CRM, HRM, SCM) ซึ่งมีแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ ดังนี้

ประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้พัฒนาระบบ Unified Government Resource Planning (UGRP) เป็นระบบ ERP กลางที่หน่วยงานรัฐทั้งหมดใช้งานร่วมกัน โดยใช้ SAP S/4HANA เป็นแกนหลัก ครอบคลุม 3 Module สำคัญ คือ การเงิน ทรัพยากรบุคคล และจัดซื้อจัดจ้าง มีปัจจัยความสำเร็จ คือ 1) ออกพระราชบัญญัติให้จัดตั้งระบบ UGRP อย่างเป็นทางการ 2) สร้าง National Center for Government Resource Systems (NCGR) เพื่อพัฒนาและสนับสนุนหน่วยงานรัฐ และ 3) สร้างการรับรู้ว่า UGRP เป็นเสาหลักของการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล

ประเทศออสเตรเลีย ใช้แนวทาง APS ERP Approach แบบกระจายศูนย์ โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานรัฐเลือกระบบ ERP ที่เหมาะสมกับตนเอง ภายใต้มาตรฐานกลาง บนหลักการ Choice, Competition, Affordability มีปัจจัยความสำเร็จ คือ 1) สร้าง APS ERP Approach เป็นแนวทางสำหรับทุกหน่วยงาน 2) จัดตั้ง Project Management Office (PMO) ช่วยเหลือหน่วยงานขนาดเล็ก และ 3) ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน e-Invoicing เป็น 30% ภายในปี 2026

สาธารณรัฐเกาหลี ใช้แนวทางแบบ Hybrid โดยมีระบบบังคับใช้กลาง 2 ระบบ คือ ระบบจัดการการเงิน (dBrain+) และ ระบบจัดซื้อจัดจ้าง (KONEPS) ส่วนระบบอื่น เช่น ระบบทรัพยากรบุคคล (E-Saram) หน่วยงานก็สามารถเลือกใช้ได้ มีปัจจัยความสำเร็จ คือ 1) กำหนดให้หน่วยงานรัฐต้องใช้ระบบกลางที่กำหนด และ 2) แต่ละระบบมีหน่วยงานรับผิดชอบเฉพาะ

สำหรับในประเทศไทยปัจจุบันมีระบบหลัก เช่น ระบบการเงิน-งบประมาณ-บัญชี (GFMIS) และ ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง (e-GP) โดยกรมบัญชีกลาง, ระบบงบประมาณ (e-Budgeting) โดยสำนักงบประมาณ, ระบบบัญชีท้องถิ่น (e-LAAS) โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, e-Plan และระบบสนับสนุนอย่าง e-Payroll, CGD e-Payment Portal, SEIS, e-Office, e-Sarabun และ workD เป็นต้น

ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันว่ามีความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบ ERP กลางภาครัฐ โดยมีข้อเสนอแนะสำคัญ:

  • เน้น Module หลัก: ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบโดยมุ่งเน้นที่ การเงิน/งบประมาณ และ บริหารทรัพยากรบุคคล เป็นหลัก
  • แยกกระบวนการออกจากข้อมูล: อนุญาตให้ กระบวนการทำงาน มีความยืดหยุ่นตามบริบทหน่วยงาน แต่ ข้อมูล ที่เชื่อมเข้าส่วนกลางต้องมี มาตรฐานร่วมกัน (เช่น รหัสงบประมาณ และมาตรฐาน API)
  • ความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อ: ควรพิจารณาช่องทางเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API และแนวคิด “Global ERP Gateway” เพื่อเป็นจุดเชื่อมโยงมาตรฐานข้อมูลที่หลากหลาย
  • การจัดการความเปลี่ยนแปลง (Change Management): ต้องใช้กระบวนการ Change Management เพื่อลดปัญหาการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงเมื่อเปลี่ยนจากระบบเดิม (Legacy System)
  • แรงจูงใจและความเชื่อมั่น: ระบบกลางต้องมีความน่าเชื่อถือและสามารถยืนยันได้ว่ามีการดำเนินการที่สอดคล้องและปฏิบัติตามระเบียบของ กรมบัญชีกลาง, สำนักงบประมาณ, และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อสร้างการยอมรับ
  • ความยืดหยุ่นในการออกแบบ: ควรออกแบบระบบให้มีความยืดหยุ่นสูงที่ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งได้เอง เช่น การเปลี่ยนชื่อเมนู หรือการตั้งค่าพารามิเตอร์ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย

จากข้อมูลดังกล่าว ที่ประชุมได้ข้อสรุปแนวทางหลักที่เป็นไปได้ 2 แนวทาง สำหรับหน่วยงานรัฐในการพิจารณา คือ 1) การใช้ระบบกลางที่ดำเนินการโดย สดช. และ 2) การใช้ระบบ Open-Source ที่พัฒนาโดย สวทช.

การประชุมระดมสมองครั้งนี้นับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการวางรากฐานระบบ ERP กลางภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงประโยชน์ต่อหน่วยงานราชการในการลดความซ้ำซ้อนหรือประหยัดงบประมาณเท่านั้น แต่ส่งผลโดยตรงถึงประชาชนในการได้รับบริการที่รวดเร็วขึ้น โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยังเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติในการใช้ทรัพยากร และภาษีประชาชนได้อย่างคุ้มค่า รวมถึงการตัดสินใจนโยบายสำคัญบนพื้นฐานของข้อมูลจริงที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบด้วย ซึ่ง DGA จะยังคงเดินหน้าภารกิจนี้ โดยจะมีการหารือเพิ่มเติมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปแนวทางการดำเนินงานและแผนงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทยต่อไป