ครั้งที่ 21 แพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างด้านดิจิทัลและการแจ้งหนี้แบบดิจิทัล (Digital Marketplace)
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA จัดการประชุมระดมสมองเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้หัวข้อ “แพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างด้านดิจิทัล (Digital Marketplace)” เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมี นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA กล่าวเปิดการประชุม พร้อมเน้นย้ำว่า “การพัฒนาแพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างดิจิทัล จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบการจัดซื้อภาครัฐของไทยให้โปร่งใส คล่องตัว และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทุกระดับเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศ”
การประชุมได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ได้แก่ Lorde Maude Francis และ Mr. Gerry Duignan ซึ่งได้นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีจากประเทศชั้นนำ เช่น สหราชอาณาจักร และ เอสโตเนีย ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาแพลตฟอร์มจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ โดยระบบ Digital Marketplace ของสหราชอาณาจักร ได้แยกการจัดซื้อด้านเทคโนโลยีออกมาเฉพาะทาง เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถค้นหา คัดเลือก และว่าจ้างผู้ให้บริการดิจิทัลที่ผ่านการรับรองได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่สามารถเข้าถึงตลาดภาครัฐได้ง่ายขึ้น ผลลัพธ์คือ ระหว่างปี 2014-2018 งบประมาณกว่า 50% ที่ใช้จ่ายผ่านระบบนี้เป็นของผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นการทลายกำแพงการผูกขาดของรายใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ระบบ Public Procurement Register ของเอสโตเนีย ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่การประกาศงาน การยื่นข้อเสนอ ไปจนถึงการออกใบสั่งซื้อและติดตามการชำระเงินภายในระบบเดียว ช่วยลดภาระเอกสารและเพิ่มความโปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐได้พัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์หลายแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้เอกสาร เช่น
- กรมบัญชีกลาง พัฒนาแพลตฟอร์ม e-GP ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้าง พร้อมเครื่องมือสำคัญอย่าง e-Shopping, e-Contract และ e-Invoice ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบธนาคารพาณิชย์และ PromptBiz เพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นอัตโนมัติและตรวจสอบได้
- สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) จัดทำ บัญชีบริการดิจิทัล (Digital Service Account) เพื่อคัดกรองผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่มีคุณภาพ ให้หน่วยงานของรัฐสามารถเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ พร้อมสิทธิประโยชน์ภาษีและเงินทุนสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการไทย
- สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) พัฒนา Consultant Database Center (CDC) สำหรับขึ้นทะเบียนที่ปรึกษาและจับคู่โครงการกับหน่วยงานรัฐผ่านระบบออนไลน์ CDC Connect
- สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผลักดันระบบ Thai SME-GP เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐได้สะดวกมากขึ้น
ในช่วงการอภิปราย ผู้เข้าร่วมประชุมได้สรุปความคาดหวังสำคัญต่อ Digital Marketplace ของไทยไว้หลายประการ ได้แก่
ด้านเทคโนโลยีและระบบการใช้งาน
– ใช้งานง่าย ลดการใช้กระดาษ และรวมทุกขั้นตอนไว้ในที่เดียว
– มี Dashboard ติดตามผลและตรวจสอบสถานะได้แบบ Real-time
– นำเทคโนโลยี AI และ Blockchain มาช่วยตรวจสอบเอกสาร ประเมินข้อเสนอ และตรวจจับความผิดปกติ ลดโอกาสเกิดการทุจริตได้อย่างเป็นระบบ
– ใช้ระบบ Pre-approval สำหรับคัดเลือกผู้ประกอบการ
ด้านนโยบาย กฎหมาย และปัจจัยอื่นๆ
– กำหนดมาตรฐานกลางและปรับปรุงรายการสินค้าให้ทันสมัย
– เปิดโอกาสให้บริษัทใหม่ๆ เข้ามาแข่งขันได้ ไม่ผูกขาดกับบริษัทเดิม
– ปรับปรุงกฎหมายและเงื่อนไขการจัดซื้อจัดจ้างให้สอดคล้องกับระบบดิจิทัล
– สนับสนุนผู้ประกอบการที่ผ่านมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม (ESG)
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังเสนอให้ภาครัฐมี “เจ้าภาพกลาง” เพื่อกำหนดทิศทางและมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงเร่งบูรณาการข้อมูลระหว่างระบบ e-GP, DEPA, และ SME-GP ให้เชื่อมโยงกันอย่างมีเอกภาพ
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อน “รัฐบาลดิจิทัลโปร่งใส” ที่มุ่งสร้างระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแบบใหม่ที่รวดเร็ว ตรวจสอบได้ และเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดย DGA จะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดไปประกอบการจัดทำแผนการพัฒนาระบบ Digital Marketplace ของประเทศ เพื่อวางรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ลดการทุจริต และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
