ครั้งที่ 20 การซื้อบัตรโดยสารสาธารณะ
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA จัดการประชุมระดมสมองเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในหัวข้อ “การซื้อบัตรโดยสารสาธารณะ” เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ณ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมี นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA กล่าวเปิดการประชุม และเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนร่วมหาแนวทางการพัฒนาระบบ ตั๋วร่วม ที่ตอบโจทย์ประชาชน ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการเดินทางสาธารณะของประเทศพร้อมด้วย นายวรทย์ ลีฬหาชีวะ ผู้อำนวยการสายงาน Management Consulting บริษัท บลูบิค กรุ๊ป มาร่วมนำเสนอถึงกรณีศึกษาจาก 3 ประเทศชั้นนำที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบตั๋วร่วม ได้แก่
– ประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้ระบบ IC Card ร่วมกัน ผ่านมาตรฐาน FeliCa และสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ให้บริการกว่า 300 ราย ภายใต้ “Nationwide Mutual Usage Service”
– ประเทศฮ่องกง ได้จัดตั้ง “กิจการค้าร่วม” (Consortium) ในชื่อ “Octopus Holding” ระหว่างภาครัฐและเอกชน พัฒนาบัตร Octopus ที่กลายเป็น Lifestyle Wallet สามารถใช้ได้ทั้งเดินทางและใช้จ่ายในชีวิตประจำวันครอบคลุม จนมีอัตราการใช้งานเกือบ 100%
– ประเทศจีน เปลี่ยนจากการพยายามใช้บัตร T-Union มาใช้ระบบ QR Payment ผ่าน Alipay และ WeChat Pay ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้ใช้ จนกลายเป็นประเทศต้นแบบของ Mobile-first Nation อย่างแท้จริง
จากการถอดบทเรียนความสำเร็จในการพัฒนาระบบตั๋วร่วม พบว่าแต่ละประเทศแม้มีแนวทางที่แตกต่างกันแต่มีหัวใจสำคัญร่วมกันคือ การสร้างความร่วมมือ การยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และการต่อยอดบริการให้เป็นมากกว่าตั๋วโดยสาร
สำหรับประเทศไทย ผู้โดยสารต้องใช้บัตรหลายใบในการเดินทาง เช่น BTS, MRT หรือระบบรถโดยสารต่าง ๆ ซึ่งสร้างความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อน แม้เคยมีการทดลองใช้ “บัตรแมงมุม” แต่ยังไม่สามารถขยายผลได้เต็มรูปแบบ เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยีและการประสานงานระหว่างผู้ให้บริการ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีร่าง พ.ร.บ. การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจรราจร (สนข.) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักกำหนดนโยบายและมาตรฐานตั๋วร่วม
เพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งทุกโหมดเข้าด้วยกัน และผลักดันให้การบูรณาการเกิดขึ้นจริงทั้งในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยมีสาระสำคัญ เช่น การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม การกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม และการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (Central Clearing House) ซึ่งจะมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจำนวน 6 ครั้ง ต่อไป
ข้อเสนอจากผู้เข้าร่วมประชุมเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่
- สำนักงาน ก.พ.ร. และสภาองค์กรของผู้บริโภค ต้องการให้มี “บัตรหรือแอปเดียว” ครอบคลุมการเดินทางอย่างน้อย 80% พร้อมสิทธิส่วนลดที่ผูกกับบัตรประชาชนโดยอัตโนมัติ
- ธนาคารกรุงไทย เสนอระบบกลางเชื่อมโยงการชำระเงินทุกช่องทาง ทั้งบัตร บัญชี และ QR Code
- รฟท. และ รฟม. เน้นความโปร่งใสในการจัดสรรรายได้และการบังคับใช้ในสัญญาสัมปทานใหม่
- กรมการขนส่งทางบกและกรมเจ้าท่า ต้องการให้ผู้ประกอบการรายเล็กและระบบอื่น ๆ เช่น รถโดยสาร เรือโดยสาร เข้าร่วมได้จริง พร้อมมีมาตรการสนับสนุนหากต้นทุนสูงเกินไป
ที่ประชุมเห็นพ้องว่า การพัฒนาระบบตั๋วร่วมควรดำเนินการแบบเป็นขั้นตอนโดยเริ่มจากระบบรางก่อน จากนั้นขยายไปสู่ระบบรถโดยสารและเรือ พร้อมทั้งออกแบบมาตรฐานกลางที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีสากล เพื่อให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ในระยะยาว ทั้งนี้ การผลักดันระบบตั๋วร่วมไม่เพียงช่วยแก้ปัญหาการเดินทาง แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ทำให้บริการสาธารณะสะดวก เชื่อมโยง และเป็นธรรมสำหรับทุกคน
