ครั้งที่ 13 DGA เปิดเวทีระดมไอเดียทุกภาคส่วน มุ่งสร้าง “แพลตฟอร์มสุขภาพ” ยกระดับระบบสุขภาพดิจิทัลไทย ให้สะดวก มั่นใจ และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA จัดประชุมรับฟังความคิดเห็น (Focus Group) ในหัวข้อ “บริการสาธารณสุขที่สถานพยาบาลภาครัฐ” ได้แก่ การจองคิวเข้ารับบริการทางการแพทย์ และการตรวจสอบหรือโอนประวัติการรักษาทางการแพทย์ โดยระดมสมองจากประชาชน เอกชน บุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อร่วมกันวางหมุดหมายใหม่ให้กับระบบสุขภาพของคนไทย เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2568 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมี นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจาก Mr. Cheow Hoe Chan ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสิงคโปร์ มาถอดบทเรียนสิงคโปร์ที่ชู “AI” และ “Data Infrastructure” เป็นกุญแจสำคัญในการจัดการบริการสาธารณสุขที่สถานพยาบาลภาครัฐ ทั้งการจองคิวเข้ารับบริการทางการแพทย์ และการตรวจสอบหรือโอนประวัติการรักษา มีตัวอย่างบริการสำคัญ ดังนี้
– National Electronic Health Record (NEHR) เป็นระบบจัดเก็บข้อมูลสุขภาพส่วนกลางระดับประเทศ รวบรวมข้อมูลที่จำเป็นจากทุกสถานพยาบาล
– HealthHub เป็นแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัลแห่งชาติที่ทำหน้าที่เป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสุขภาพ, เวชระเบียนส่วนตัว และทำธุรกรรมออนไลน์ เช่น นัดหมายแพทย์ ชำระเงิน และเติมยา โดยเชื่อมต่อกับระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลแห่งชาติ Singpass
นอกจากนี้ มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยโรค, การบริหารจัดการ และมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลให้แก่ผู้ป่วยอีกด้วย ส่งผลให้ในปี 2023 มีชาวสิงคโปร์ถึง 2 ใน 3 ใช้งาน และมีผู้ใช้งานเป็นประจำราว 1 ล้านคนต่อเดือนทางด้านประเทศไทยได้มีการพัฒนาระบบและแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนบริการด้านสาธารณสุขเป็นจำนวนมาก อาทิ หมอ กทม. ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันของกรุงเทพมหานครที่ให้บริการครอบคลุมโรงพยาบาลในสังกัด สามารถใช้จองคิว นัดหมาย ตรวจสอบสถานะคิว แจ้งเหตุฉุกเฉิน และจองบริการตรวจสุขภาพได้ หมอพร้อม เป็นแพลตฟอร์มที่ประชาชนใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เพื่อรับใบรับรองการฉีดวัคซีน ปัจจุบันได้พัฒนาให้ครอบคลุมบริการอื่นๆ เช่น การนัดหมายออนไลน์ และการดูใบรับรองสุขภาพ ใบสั่งยา รวมถึงผลการตรวจแล็บ และ Health Link ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพแห่งชาติที่ช่วยให้แพทย์สามารถเข้าถึงประวัติ การรักษาและประวัติการใช้ยาของผู้ป่วยจากสถานพยาบาลของรัฐได้ ผู้ใช้งานสามารถสมัครใช้บริการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง รามา หรือไทยไอดีได้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลและสิทธิประกันสังคมผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ของ DGA ได้สะดวกทุกที่ ทุกเวลา ทางด้าน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีบทบาทหลักในการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ให้กับหน่วยบริการกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ ข้อมูลการเคลมจำนวนมหาศาลได้กลายเป็น Big Data ที่ สปสช. นำมาใช้บริหารจัดการกองทุน และส่งคืนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้แก่หน่วยบริการในรูปแบบ “Mini PHR” (Personal Health Record) ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถเห็นประวัติการรักษาของผู้ป่วยจากสถานพยาบาลอื่นได้
โดยผู้เข้าร่วมประชุมทั้งประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์เสนอให้เร่งรัด การเชื่อมโยงประวัติการรักษาระหว่างโรงพยาบาล ลดการใช้เอกสารกระดาษ เช่น ใบส่งตัว และพัฒนาระบบจองคิวที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดเวลารอคอย ขณะเดียวกันยังต้องคำนึงถึงผู้สูงอายุและผู้พิการที่อาจเข้าถึงเทคโนโลยีได้จำกัด พร้อมเรียกร้องให้มี แพลตฟอร์มสุขภาพระดับชาติ ที่ทุกหน่วยงานสามารถใช้ร่วมกันได้ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม
DGA ย้ำว่าการผลักดันครั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข, กรุงเทพมหานคร, สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ผู้พัฒนา Health Link สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรฐานข้อมูลกลาง สร้างกลไกกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างรัดกุม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนทุกคนจะเข้าถึงบริการสุขภาพที่ สะดวก ปลอดภัย และทันท่วงที อย่างแท้จริง
