ครั้งที่ 11 การแจ้งเตือนและให้ความช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินแบบเฉพาะเจาะจง


26 August 2568
21
DGA ระดมสมอง “ระบบแจ้งเตือนภัยแบบบูรณาการ” สร้างมาตรฐานเดียว เตือนเร็ว ช่วยเหลือทัน ลดความสูญเสีย

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าภารกิจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของประชาชน จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น (Focus Group) ในหัวข้อ “การแจ้งเตือนและให้ความช่วยเหลือเหตุภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน” เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 โดยระดมสมองจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาสังคม เพื่อวางรากฐานการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยของประเทศไทยสู่สถาปัตยกรรมใหม่ที่ทันสมัยและมีเอกภาพ ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมี นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเล่าถึงเป้าหมายการระดมสมองในครั้งนี้ว่า เพื่อร่วมกันออกแบบ “ระบบแจ้งเตือนภัยมาตรฐานเดียว” ที่สามารถเตือนภัยได้เร็ว ครอบคลุม และเชื่อถือได้ พร้อมมาตรการรองรับภาวะวิกฤตทั้งก่อน–ระหว่าง–หลังภัย มุ่งเน้นการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

DGA ระดมสมอง “ระบบแจ้งเตือนภัยแบบบูรณาการ” สร้างมาตรฐานเดียว เตือนเร็ว ช่วยเหลือทัน ลดความสูญเสีย
DGA ระดมสมอง “ระบบแจ้งเตือนภัยแบบบูรณาการ” สร้างมาตรฐานเดียว เตือนเร็ว ช่วยเหลือทัน ลดความสูญเสีย

ด้าน Mr. David Staley ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาทางดิจิทัลของรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้นำเสนอแนวทางการบริหารจัดการภัยพิบัติจากต่างประเทศ เช่น

  • ญี่ปุ่น ใช้ระบบ J-ALERT แจ้งเตือนบนมือถือในเวลาเพียง 4–20 วินาที และร่วมมือกับแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Yahoo! และ NHK ทำให้ข่าวสารถึงประชาชนได้เร็วและทั่วถึง
  • ออสเตรเลีย มี myGov เป็นศูนย์กลางบริการรัฐ รวมถึงการยื่นขอรับเงินช่วยเหลือหลังภัยพิบัติอย่างเป็นระบบและโปร่งใส จนมีผู้ใช้กว่า 90% ของประเทศ

สำหรับประเทศไทยปัจจุบันมีระบบแจ้งเตือนภัยที่หลากหลาย เช่น Cell Broadcast, แอปพลิเคชัน Thai Disaster Alert, LINE ALERT และแอปพลิเคชันเฉพาะด้าน เช่น อุทกภัย, ไฟป่า และฝุ่นควัน จากหลายหน่วยงาน อาทิ

DGA ระดมสมอง “ระบบแจ้งเตือนภัยแบบบูรณาการ” สร้างมาตรฐานเดียว เตือนเร็ว ช่วยเหลือทัน ลดความสูญเสีย
DGA ระดมสมอง “ระบบแจ้งเตือนภัยแบบบูรณาการ” สร้างมาตรฐานเดียว เตือนเร็ว ช่วยเหลือทัน ลดความสูญเสีย
DGA ระดมสมอง “ระบบแจ้งเตือนภัยแบบบูรณาการ” สร้างมาตรฐานเดียว เตือนเร็ว ช่วยเหลือทัน ลดความสูญเสีย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พัฒนาแอปพลิเคชันเดียวรองรับทุกสถานการณ์ภัยพิบัติ

กรมทรัพยากรธรณี ใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อเพิ่มความแม่นยำด้านธรณีพิบัติภัยมากขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา ติดตั้งสถานีตามแนวรอยเลื่อน กำหนด SOP และเปิด API ให้หน่วยงานใช้ โดยแจ้งเตือนและให้ข้อมูลผ่าน Thai Weather, Earthquake TMD, ระบบติดตามพายุ, สื่อมวลชน และแพลตฟอร์ม X

กรมทรัพยากรน้ำ การจัดตั้งเครือข่ายสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝนทั้งบริเวณเชิงเขาและพื้นที่ราบ และมี CCTV เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยจะป้อนสู่ระบบเตือนภัยล่วงหน้าแบบไฟ เขียว/เหลือง/แดง

กรมชลประทาน ติดตั้งโทรมาตรเพิ่ม, เซ็นเซอร์ระดับน้ำ, CCTV, มีศูนย์อำนวยการ 24 ชม. มีเว็บไซต์แสดงข้อมูลน้ำและเขื่อน โดยประชาชนสามารถโทรสายด่วน 1460 ได้

กรมควบคุมมลพิษ มีแอปพลิเคชัน Air4Thai แสดง PM2.5 รายชั่วโมง/วัน พร้อมสีและคำแนะนำ

กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม มีระบบแจ้งเตือน Heat Alert ครอบคลุม 15 จังหวัด

กระทรวงคมนาคม มีการแจ้งเตือนเมื่ออุทกภัยกระทบทางคมนาคม โดยเฉพาะ รถไฟ จะแจ้งสถานะว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ วันละ 3–4 ครั้ง

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีการจัดตั้งกองทุนบรรเทาสาธารณภัย

กรุงเทพมหานคร มีการตั้ง War Room เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ทดสอบ Cell Broadcast ร่วม ปภ. และมี BKK Risk Map ครอบคลุม 9 ภัยแบบเรียลไทม์ รวมถึงมีศูนย์ป้องกันน้ำท่วมอัปเดตระดับน้ำต่อเนื่อง

สำนักงาน กสทช. ผ่อนปรนกติกาให้ผู้ให้บริการมือถือสามารถทดสอบระบบ Cell Broadcast เพื่อเตรียมความพร้อมโครงข่ายสำหรับการแจ้งเตือนภัยแห่งชาติ โดยรับข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยผ่านระบบ API เพื่อนำไปพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ

แม้ภาครัฐจะมีระบบแจ้งเตือนภัย แต่ข้อมูลกลับกระจัดกระจาย และหลายช่องทาง ทำให้ประชาชนต้องสลับใช้งานหลายแอปฯ ตามชนิดของภัยพิบัติ บางกรณีการแจ้งเตือนส่งไปไม่ถึงประชาชน และข้อความแจ้งเตือนส่วนใหญ่ยังขาดคำแนะนำที่ชัดเจนว่าประชาชนควรปฏิบัติตัวอย่างไร

การประชุมครั้งนี้ เสนอให้มีการวาง มาตรฐานกลางของข้อความและข้อมูล (Metadata) ที่ใช้ได้ทุกช่องทาง พร้อมกลไกบูรณาการข้อมูลผ่าน API เดียว เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สื่อสารอย่างสอดคล้องและถึงมือประชาชนได้รวดเร็ว โดยยึดกรอบ สามห้วงเวลา (ก่อน–ระหว่าง–หลังภัย) และมุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ ทั้งนี้ DGA จะนำสาระสำคัญที่ได้ในครั้งนี้ไปปรับไว้ใน (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลฯ ฉบับใหม่ เพื่อผลักดันให้เกิด “ระบบแจ้งเตือนภัยแบบบูรณาการ” ที่มีมาตรฐานเดียว เข้าถึงง่าย เชื่อถือได้ และเป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองความปลอดภัยของคนไทยทั้งประเทศ ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและเศรษฐกิจ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง