ครั้งที่ 10 แพลตฟอร์มการชำระเงินทางดิจิทัลแห่งชาติ (National Payment Platform)


22 August 2568
80
DGA ผนึกกำลังทุกภาคส่วนวางรากฐาน ‘แพลตฟอร์มการชำระเงินทางดิจิทัลแห่งชาติ’ มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ภาครัฐที่ไร้รอยต่อ ปลอดภัย และเข้าถึงทุกคน
DGA ผนึกกำลังทุกภาคส่วนวางรากฐาน ‘แพลตฟอร์มการชำระเงินทางดิจิทัลแห่งชาติ’ มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ภาครัฐที่ไร้รอยต่อ ปลอดภัย และเข้าถึงทุกคน

22 สิงหาคม 2568 – สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัลครั้งสำคัญ ด้วยการจัดประชุมระดมสมองเพื่อรับฟังความคิดเห็นในหัวข้อ “แพลตฟอร์มการชำระเงินทางดิจิทัลแห่งชาติ (National Payment Platform)” เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบการเงินภาครัฐให้เป็นหนึ่งเดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วน ยกระดับการให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจให้มีความสะดวก ปลอดภัย โปร่งใส และลดความซับซ้อนในการทำธุรกรรมกับภาครัฐ  การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2568–2570 (ฉบับปรับปรุง) โดยมี นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแล สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างคับคั่ง นายชรินทร์ กล่าวว่า “แพลตฟอร์มนี้จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญยิ่ง ที่จะพลิกโฉมประสบการณ์ของประชาชนและภาคธุรกิจในการทำธุรกรรมกับภาครัฐ เรามุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ ลดความซ้ำซ้อน และที่สำคัญคือสร้างความโปร่งใสที่ตรวจสอบได้ในทุกมิติ การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนในวันนี้ คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้แพลตฟอร์มนี้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง”

ถอดบทเรียนจากผู้นำระดับโลกสู่บริบทของไทย

ภายในงานได้รับเกียรติจากได้รับเกียรติจาก คุณเจษฎา ตันรัตนกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท บลูบิคกรุ๊ป และ คุณพลัฏฐ์ พิพัฒน์บุล รองผู้อานวยการ ที่ปรึกษากลยุทธ์ลูกค้าอาวุโส บริษัท บลูบิคกรุ๊ปมาร่วมนำเสนอการวิเคราะห์รูปแบบการบริหารจัดการชำระเงินภาครัฐ (G2C และ C2G) ของนานาประเทศ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาของไทย

  • สิงคโปร์: โดดเด่นด้วยระบบนิเวศเดียวที่สมบูรณ์ (Single Ecosystem) ซึ่งบูรณาการทั้ง Digital ID (SingPass), ระบบชำระเงิน (PayNow) และระบบ Voucher ไว้ด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ
  • สหราชอาณาจักร: มีความแข็งแกร่งด้านเสถียรภาพของระบบจ่ายเงินสวัสดิการ และกำลังมุ่งสู่การอำนวยความสะดวกขั้นกว่าด้วยระบบ One Login และ Gov.UK Pay
  • สหรัฐอเมริกา: แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของโครงสร้างที่ซับซ้อน โดยใช้ Pay.Gov เป็นแพลตฟอร์มกลางของรัฐบาลกลาง ควบคู่ไปกับการใช้ช่องทางดั้งเดิมเพื่อรองรับกลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคาร

ความท้าทายและก้าวต่อไปของแพลตฟอร์มการชำระเงินทางดิจิทัลของประเทศไทย DGA ได้นำเสนอภาพรวมการพัฒนาแพลตฟอร์มการชำระเงินของไทยใน 2 มิติหลัก ได้แก่:

  1. G2C (Government to Citizen/Business): การจ่ายเงินจากภาครัฐสู่ประชาชน DGA กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มกลางสำหรับเงินสนับสนุนและเยียวยา โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการทางการเงินเกือบ 20 แห่ง
    ชูโรงด้วยแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ที่มีระบบยืนยันตัวตน (e-KYC) เชื่อมตรงกับกรมการปกครอง และมีมาตรการป้องกันการทุจริตด้วยฐานข้อมูล Blacklist
  2. C2G (Citizen/Business to Government): การชำระเงินจากประชาชนสู่ภาครัฐ ปัจจุบัน กรมบัญชีกลาง ได้พัฒนา “ระบบ e-Payment Platform” ที่รองรับการชำระค่าธรรมเนียมและบริการของรัฐผ่านหลายช่องทาง โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมแล้วกว่า 24 แห่ง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งยังคงใช้ระบบชำระเงินที่แตกต่างกัน ขาดเอกภาพ และสร้างภาระค่าธรรมเนียมที่ไม่เท่าเทียม ทำให้ประชาชนยังต้องเผชิญความยุ่งยากในการชำระค่าบริการภาครัฐ

ข้อสรุปและข้อเสนอแนะสำคัญจากเวทีระดมสมอง ที่ประชุมได้สะท้อนมุมมองและให้ข้อเสนอแนะเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ เพื่อให้การสร้างแพลตฟอร์มนี้ประสบความสำเร็จสูงสุด ดังนี้

  • สถาปัตยกรรมแบบเปิด (Open Infrastructure): ควรออกแบบให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางที่ผู้ให้บริการหลากหลายสามารถเชื่อมต่อได้อย่างเสรี เพื่อกระตุ้นการแข่งขันและนวัตกรรม โดยยึดความต้องการของผู้ใช้เป็นศูนย์กลางและครอบคลุมทุกธุรกรรม (G2C, C2G, B2B, C2C)
  • ความมั่นคงและเสถียรภาพระดับประเทศ (National-Grade Security & Stability): ระบบต้องมีความเสถียรสูง สามารถรองรับธุรกรรมจำนวนมหาศาลได้ พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์
    ที่รัดกุม และมีกลไกเชิงรุกอย่างศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์และระบบ Blacklist
  • การออกแบบที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลางและครอบคลุมทุกคน (User-Centric & Inclusive Design): ต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารและสร้างความเข้าใจ (User Literacy) เพื่อให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ควบคู่กับการออกแบบที่คำนึงถึงผู้ใช้งานทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการ ที่อาจต้องมีช่องทางเสริม เช่น การใช้บัตรประชาชนยืนยันตัวตน

ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องในหลักการ การพัฒนาระบบชำระเงินกลาง ที่จะช่วยลดภาระหน่วยงานและเพิ่มความสะดวกแก่ประชาชน แต่ต้องมีการประเมินและวางแผนบริหารความเสี่ยงจากการมีศูนย์กลางบริการเพียงจุดเดียวอย่างรอบคอบ DGA จะรวบรวมข้อเสนอแนะทั้งหมดไปสังเคราะห์เพื่อปรับปรุง (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลฯ และผลักดันให้ “แพลตฟอร์มการชำระเงินทางดิจิทัลแห่งชาติ” เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป