ครั้งที่ 4 ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลส่วนกลาง (Digital ID and Biometric)
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA จัดการประชุมระดมสมอง (Focus Group) ครั้งสำคัญในหัวข้อ “ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลส่วนกลาง” เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ โดยมีนายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อํานวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA พร้อมด้วย Mike Tan และ Yap E Fang ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐบาลดิจิทัลจากสิงคโปร์ ร่วมนำเสนอบริการดิจิทัลสำคัญ ซึ่งได้รับความสนใจจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกำหนดทิศทางระบบ Digital ID ของประเทศไทยให้ “เป็นหนึ่งเดียว ปลอดภัย ใช้งานได้จริง”
ภายในงาน นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA พร้อมด้วย Mr. Mike Tan และ Ms. Yap E Fang ผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ ร่วมนำเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบ Digital ID โดยถอดบทเรียนจากความสำเร็จของ “Singpass” ระบบ Digital ID ส่วนกลางของสิงคโปร์ ที่รองรับผู้ใช้งานกว่า 5 ล้านคน และรองรับธุรกรรมได้ถึง 500 ล้านครั้งต่อปี ครอบคลุมบริการภาครัฐและเอกชนกว่า 2,700 รายการ ซึ่งมีจุดเด่นคือ ความร่วมมือรัฐ-เอกชน ภายใต้ Trust Framework รวมถึงสิงคโปร์มีแผนพัฒนาสู่การเชื่อมโยง Digital ID ข้ามพรมแดน กับ ASEAN และสหภาพยุโรปด้วย เป็นต้น และการออกแบบที่ยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) ที่ใช้งานง่ายผ่านแอปพลิเคชันเดียว สามารถยืนยันตัวตนด้วย Biometrics (ใบหน้า/ลายนิ้วมือ), ลงนามเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และแชร์ข้อมูลได้ด้วย
ในขณะเดียวกัน ตัวแทนภาคส่วนไทยสะท้อนถึงปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข เช่น
- ระบบยืนยันตัวตนซ้ำซ้อนจากหลายแพลตฟอร์ม (NDID, ThaiD, Mobile ID)
- การใช้งานที่ไม่ราบรื่น ยังไม่รองรับกลุ่มเปราะบางและชาวต่างชาติ
- ไม่มีศูนย์ช่วยเหลือกลางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทันที
DGA ในฐานะหน่วยงานกลางด้านรัฐบาลดิจิทัล ได้แสดงความพร้อมในการพัฒนา “Digital ID” ให้เป็นแพลตฟอร์มกลางของประเทศ เพื่อยกระดับบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม และลดความซ้ำซ้อนผ่านระบบ Single Sign-On (SSO) โดยเน้นการออกแบบที่ใช้งานได้จริง ซึ่งปัจจุบัน ระบบ Digital ID ของ DGA รองรับผู้ใช้งานแล้วกว่า 36 ล้านราย เชื่อมโยงบริการภาครัฐกว่า 150 รายการ จาก 40 หน่วยงาน ทั้งในระดับบุคคลและนิติบุคคล และได้รับการจัดให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ (CII) พร้อมดำเนินงานตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล ISO/IEC 27001 โดยมีแผนต่อยอดรองรับการเข้าสู่ระบบผ่านแอป “ทางรัฐ” เพิ่มความปลอดภัย ด้วยระบบ Two-Factor Authentication (2FA) และรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากอย่างมีเสถียรภาพ
นอกจากนี้ ตัวแทนจากหน่วยงานยังได้ร่วมเสนอแผนการพัฒนาระบบ Digital ID ของแต่ละหน่วยงาน อาทิ ETDA กำลังขับเคลื่อนกรอบการทำงาน Digital ID ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2568-2570) และ กรมการปกครอง มีแผนจะพัฒนาระบบ ThaID ให้สามารถยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า (Face Verification) และรองรับเอกสารสำคัญในรูปแบบดิจิทัล (Verifiable Credential) มากขึ้น เป็นต้น
DGA ย้ำว่าจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดจากการประชุมครั้งนี้ไปผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบ Digital ID ที่เป็นหนึ่งเดียว ปลอดภัย และครอบคลุมคนทุกกลุ่ม เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของรัฐบาลดิจิทัลไทยอย่างยั่งยืน
