คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเห็นชอบผลักดัน National Cloud บูรณาการโครงสร้างพื้นฐานรัฐแบบรวมศูนย์ พร้อมยกระดับแอป “ทางรัฐ” ส่งต่อกระทรวง DE มอบ NT เป็นผู้พัฒนาต่อยอด Super App


11 December 2568
467
คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเห็นชอบผลักดัน National Cloud บูรณาการโครงสร้างพื้นฐานรัฐแบบรวมศูนย์ พร้อมยกระดับแอป "ทางรัฐ" ส่งต่อกระทรวง DE มอบ NT เป็นผู้พัฒนาต่อยอด Super App
คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเห็นชอบผลักดัน National Cloud บูรณาการโครงสร้างพื้นฐานรัฐแบบรวมศูนย์ พร้อมยกระดับแอป "ทางรัฐ" ส่งต่อกระทรวง DE มอบ NT เป็นผู้พัฒนาต่อยอด Super App
คณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลเห็นชอบผลักดัน National Cloud บูรณาการโครงสร้างพื้นฐานรัฐแบบรวมศูนย์ พร้อมยกระดับแอป "ทางรัฐ" ส่งต่อกระทรวง DE มอบ NT เป็นผู้พัฒนาต่อยอด Super App

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ครั้งที่ 3/2568 วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล พร้อมด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาวาระสำคัญที่เสนอโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA โดยมี นางไอรดา เหลืองวิไล รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ร่วมนำเสนอสาระสำคัญ 2 เรื่องหลัก ได้แก่

  1. แนวทางการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์กลาง (National Cloud)
  2. แนวทางการยกระดับแอปพลิเคชันทางรัฐ

ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล หรือ “National Cloud” ซึ่งเป็นการบูรณาการ คลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) และ คลาวด์ของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นระบบนิเวศเดียวกัน ภายใต้มาตรฐานที่คณะกรรมการฯ กำหนด และบริหารจัดการผ่าน Cloud Management Platform (CMP) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดเอกภาพ ประสิทธิภาพ และความโปร่งใสสูงสุด

แนวทางนี้จะใช้ การจัดหาบริการแบบรวมศูนย์ (Centralized Procurement) เพื่อรวมความต้องการใช้บริการคลาวด์ของรัฐ ลดความซ้ำซ้อนและประหยัดงบประมาณ เพิ่มอำนาจต่อรองจาก economy of scales และยกระดับความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรของประเทศ โดยยังคงยึดหลัก อธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) อย่างเข้มงวด โดยข้อมูลด้านความมั่นคงหรือข้อมูลที่มีชั้นความลับสูงต้องจัดเก็บภายในประเทศภายใต้กฎหมายไทยเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการบริการคลาวด์ภาครัฐ (Government Cloud Management) ให้สอดคล้องกับนโยบายรวมศูนย์ พร้อมเห็นชอบ “แนวทางการจัดหาคลาวด์ ปี 2570” ครอบคลุมหลักการสำคัญ 6 ประการ คือ 1. ใช้การจัดหาแบบรวมศูนย์ผ่าน GDCC เป็นอันดับแรก 2. หน่วยงานต้องบรรจุแผนการใช้คลาวด์ในแผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัล 3. การขอรับจัดสรรงบประมาณต้องใช้แบบฟอร์มที่กำหนด 4. หาก GDCC ไม่เพียงพอ สามารถขอยกเว้นเพื่อจัดหาเองได้ 5. ทุกหน่วยงานต้องเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบ Cloud Management Platform ของกระทรวง DE และ 6. แนวทางนี้ใช้สำหรับหน่วยงานที่ขอรับงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น

ประธานที่ประชุมฯ ได้กำชับทางสำนักงบประมาณให้กำกับดูแลการขอรับงบประมาณด้านคลาวด์ในปี 2570 เป็นกรอบนำร่อง ก่อนบังคับใช้มาตรฐานแบบเต็มรูปแบบในปี 2571 เพื่อรองรับการใช้งาน National Cloud ตามกติกาเดียวกันในทุกหน่วยงาน

การประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีมติมอบให้ DGA วางแนวทางยกระดับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยส่งต่อภารกิจในการยกระดับและต่อยอดการพัฒนาแอป “ทางรัฐ” เป็น Super App เพื่อการบริการประชาชนให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) เป็นผู้ดำเนินการต่อ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการบริหารจัดการและให้บริการ รวมถึงการพัฒนาต่อยอด และรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อเสนอการพัฒนาแอป “ทางรัฐ” จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

นอกจากนี้ ความก้าวหน้าในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทยยังสะท้อนผ่านผลการจัดอันดับของ Waseda University ร่วมกับ International Academy of CIO ปีนี้จัดอยู่ในอันดับที่ 17 จาก 66 ประเทศทั่วโลก ด้วยคะแนน 81.6245 ดีขึ้นจากปีก่อน 1 อันดับ และยังคงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ รวมทั้งอยู่ในอันดับที่ 7 ของกลุ่ม APEC แสดงถึงพัฒนาการที่ต่อเนื่องของการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐไทย