ไทยคว้าอันดับ 17 รัฐบาลดิจิทัล ยืนที่ 2 อาเซียนต่อเนื่อง จากการจัดอันดับ Waseda 2025


26 November 2568
173
ไทยคว้าอันดับ 17 รัฐบาลดิจิทัล ยืนที่ 2 อาเซียนต่อเนื่อง จากการจัดอันดับ Waseda 2025

ประเทศไทยก้าวหน้าต่อเนื่องในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล โดยได้รับการจัดอันดับจาก Waseda University ร่วมกับ International Academy of CIO ในปีนี้จัดอยู่ในอันดับที่ 17 จาก 66 ประเทศทั่วโลก ด้วยคะแนน 81.6245 ซึ่งดีขึ้นจากปีก่อน 1 อันดับ และยังคงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ รวมทั้งอยู่ในอันดับที่ 7 ในกลุ่ม APEC

นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า ความสำเร็จในปีนี้สะท้อนถึงยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในมิติ “ยุทธศาสตร์และการส่งเสริมรัฐบาลดิจิทัล” (EPRO) ที่ไทยทำคะแนนได้สูงจนติด อันดับ 9 ของโลก แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนของนโยบาย กฎหมาย และกลไกสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศ ซึ่งความก้าวหน้านี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Smart Nation Smart Life” ที่มุ่งเปลี่ยนระบบราชการที่ต่างคนต่างทำให้เป็นบริการบูรณาการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน

ทั้งนี้จากผลคะแนนที่ผ่านมา ประเทศไทยได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 ที่อยู่อันดับ 23 (68.60 คะแนน) จนถึงปัจจุบันที่ปรับตัวขึ้นมาสู่อันดับ 17 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ซึ่งจุดแข็งที่โดดเด่นที่ไทยได้รับการยกย่องให้อยู่ในอันดับ 1 ใน 10 ในสองด้านสำคัญ ได้แก่

  1. การบริการและแอปพลิเคชันออนไลน์ (Online Applications and Services) ครอบคลุมบริการหลัก 5 ประเภท ได้แก่ e-procurement, e-tax payment, e-payment, one-stop service และ e-health
  2. ยุทธศาสตร์และการส่งเสริมรัฐบาลดิจิทัล (E-Government Strategy / Promotion Measures / EPRO (Achievement of the plan)) ซึ่งประเมินกิจกรรมของภาครัฐในการส่งเสริมรัฐบาลดิจิทัลและการให้บริการดิจิทัลแก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ รวมถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการดำเนินงานรัฐบาลดิจิทัล เช่น กรอบกฎหมายและกลไกต่าง ๆ (กฎหมาย แผน นโยบาย และยุทธศาสตร์)

สำหรับการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของไทยในปี 2025 ได้เน้นถึงการเปลี่ยนจากระบบที่กระจัดกระจายไปสู่ระบบบูรณาการที่มีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานกลางที่มีบทบาทชัดเจน นอกจากนี้ ไทยยังมีโครงการโดดเด่นที่สำคัญต่างๆ ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐเปิดข้อมูลผ่านเว็บไซต์ Data.go.th และ One Map/GISTDA เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมทั้งคำนึงถึงความเท่าเทียม

ทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไทยมี NCSA และ ThaiCERT ติดตามเซิร์ฟเวอร์มากกว่า 1.5 ล้านเครื่องตลอด 24 ชั่วโมง สามารถควบคุมเหตุการณ์ภายใน 5 นาทีหลังตรวจพบ และในระยะเวลา 2 เดือน สามารถสกัดกั้นการโจมตีไซเบอร์มากกว่า 500 ครั้ง รวมถึง DDoS กว่า 1 ล้านครั้ง และเมื่อไม่นานมานี้ประเทศไทยจัดตั้งคณะกรรมการ AI แห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ AI และโครงการสมาร์ทซิตี้ 16 แห่ง โดย Phuket Tinicon Valley ได้รับรางวัล “Smart Area” แห่งแรก รวมถึงการลงทุนใน 5G, AI, blockchain และ IoT ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านในภาคสุขภาพ การผลิต และเกษตรกรรม ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ฐานะผู้นำใหม่ด้านเทคโนโลยีในอาเซียนอีกด้วย

ความสำเร็จของการพัฒนารัฐบาลดิจิทัลประเทศไทยสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างบริการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเข้าถึงได้สำหรับประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งรักษาความมั่นคงปลอดภัยและส่งเสริมนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง นับเป็นการวางรากฐาน เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่มาตรฐานสากล และเดินหน้าเข้าสู่การเป็นสมาชิก OECD ตามเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้

เอกสารแนบ