DGA เสริมความพร้อมผู้บริหารภาครัฐไทย เดินหน้าสู่การประยุกต์ใช้ Agentic AI อย่างมีความรับผิดชอบ
การนำ Agentic AI มาใช้ในภาครัฐต้องอาศัยทั้งความเข้าใจในศักยภาพของเทคโนโลยีและแนวทางกำกับดูแลที่เหมาะสม เพราะ AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการตอบคำถามหรือสร้างเนื้อหา แต่พัฒนาไปสู่การวางแผนและดำเนินงานตามเป้าหมายที่กำหนด การเตรียมความพร้อมทั้งสองด้านจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีนี้เกิดประโยชน์ต่อการทำงานและประชาชนอย่างแท้จริง
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ร่วมกับ SPARK Singapore จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการระดับผู้บริหาร (Executive Workshop Program) หัวข้อ Agentic Engineering for Thai Government Transformation เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน การอบรมมุ่งเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ Agentic AI และเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
เนื้อหาการอบรมเชื่อมโยงความเข้าใจด้านเทคโนโลยีกับการวางแผนประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน โดยเริ่มจากพัฒนาการของ AI ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติ (Automation) และ Generative AI ไปจนถึง Agentic AI ซึ่งสามารถวางแผนและดำเนินงานหลายขั้นตอนตามเป้าหมายภายใต้ขอบเขตที่กำหนด จากนั้นจึงเรียนรู้กรณีศึกษาและแนวทางจัดทำแผนงาน AI ตั้งแต่การระบุโอกาสในการใช้งาน การจัดลำดับความสำคัญ ตลอดจนการประเมินความคุ้มค่า ความพร้อม และข้อจำกัดของแต่ละโครงการ
ในส่วนของการฝึกปฏิบัติ (Workshop) ผู้เข้าร่วมได้ฝึกออกแบบกระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติในบริบทภาครัฐไทย เพื่อสร้าง AI Agent ที่สามารถให้ข้อมูลและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว รวมทั้งได้ฝึกประเมินผลกระทบ ความเป็นไปได้ และความเสี่ยง เพื่อให้การนำ AI มาใช้ เป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม สอดคล้องกับกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการนำ Agentic AI มาใช้ คือการสร้างความเชื่อมั่นผ่านมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม การอบรมจึงครอบคลุมทั้งหลักจริยธรรม ความโปร่งใส ความเป็นธรรม และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA ควบคู่กับมาตรการกำกับดูแลระบบ ได้แก่ การกำหนดขอบเขตและข้อจำกัดในการทำงานของ AI (AI Guardrails) การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง และการตรวจสอบระบบ AI (AI Audits)
นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล กล่าวว่า เทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐมากขึ้น DGA ในฐานะหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย จึงมีบทบาทในการให้คำแนะนำแก่หน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล AI (AI Governance) โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผน AI แห่งชาติฉบับที่สอง ซึ่งเป็นแผน AI สำหรับภาครัฐ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้หน่วยงานภาครัฐมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับการให้บริการประชาชน
กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน โดยนอกจากการเรียนรู้หลักการแล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้ทำความเข้าใจแนวทางประเมินความเสี่ยงและกรอบการตัดสินใจที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับหน่วยงานของตนเอง พร้อมเชื่อมโยงบทเรียนจากประเทศสิงคโปร์เข้ากับบริบทของภาครัฐไทย
โดยมีวิทยากรจาก SPARK Singapore ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ AI และธรรมาภิบาลเทคโนโลยีร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ได้แก่ Mr. David Chin, Group CEO, SPARK; Dr. Sekar Jaganathan, Group Chief AI Strategy Officer, Kenanga Group; Mr. Joe Chiu, Senior Advisor (Technology), SPARK · VP; และ Mr. Prasanth Kumar Karunakaran, Senior Advisor (Technology Governance, Risk and Compliance), SPARK การอบรมมุ่งให้ผู้เข้าร่วมมีความเข้าใจเรื่อง AI มากขึ้น และสามารถนำความรู้ไปวางแผนขับเคลื่อนการใช้ AI ของแต่ละองค์กรต่อไป
การอบรมครั้งนี้เน้นการเตรียมความพร้อมของภาครัฐทั้งด้านการวางแผน การกำกับดูแล และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร สะท้อนว่าการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลด้วย AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบ การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาบุคลากรควบคู่กัน เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำ AI มาใช้ได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
