DGA ผนึกกระทรวง พม. ดึงนวัตกรรมยกระดับ “สวัสดิการดิจิทัล” บริการปชช.ผ่านแอปฯ ทางรัฐ


7 May 2569
111
DGA ผนึกกระทรวง พม. ดึงนวัตกรรมยกระดับ “สวัสดิการดิจิทัล” บริการปชช.ผ่านแอปฯ ทางรัฐ

สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA จัดกิจกรรม DGA Roadshow 2026:GovConNext – Connect Today Build Tomorrow” ณ ห้องประชุมวังสะพานขาว สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยได้รับเกียรติจาก นายกิตติ อินทรกุล รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานร่วมประชุมกับ นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล นางสาวณัฏฐ์ฉัตร จันทร์แสงศรี ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และ นางสาววริศนันท์ พัฒนทวีกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและความร่วมมือระหว่างประเทศ DGA พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อน “รัฐบาลดิจิทัลด้านสวัสดิการประชาชน” ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

ในการนี้ นายกิตติ อินทรกุล กล่าวเปิดงานและเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “สิ่งสำคัญที่สุดที่เราเห็นคือปัญหาความเปราะบางและความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไปข้างหน้ามากขึ้นเท่าไร กลุ่มคนเปราะบางของเราก็ยิ่งมีความห่างและถูกทิ้งไว้ข้างหลังมากขึ้นเรื่อยๆ เราจึงต้องมาร่วมกันพิจารณาและเตรียมความพร้อมสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินสวัสดิการที่ส่งไปนั้นถึงมือผู้รับและถูกใช้ตรงตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ DGA จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานของ พม. ในการบูรณาการฐานข้อมูลที่มีมากกว่าร้อยฐานข้อมูลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

ด้าน นางไอรดา เหลืองวิไล  กล่าวว่า “กระทรวง พม. นับเป็นพันธมิตรสำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล โดยมุ่งบูรณาการข้อมูลสวัสดิการทุกช่วงวัยบนสู่แอปฯ ‘ทางรัฐ’ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการบริการประชาชน ซึ่งปัจจุบันมีบริการ Mini App ถึง 14 บริการ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ผลักดัน ‘One ID เชื่อมสิทธิสวัสดิการจากทุกกระทรวงไว้ด้วยกัน โดยกิจกรรม DGA Roadshow 2026 มุ่งเน้นการขับเคลื่อนใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ยกระดับบริการสวัสดิการสังคมให้ประชาชนเข้าถึงง่ายไร้รอยต่อ 2) ลดขั้นตอนและภาระเอกสารด้วยแพลตฟอร์มกลาง และ 3) ส่งเสริมให้บุคลากร พม. นำนวัตกรรมไปใช้ปฏิบัติงานจริงอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ DGA พร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของ กระทรวง พม. ผ่านโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มกลางภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ อาทิ ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ (GDX) เครือข่ายสารสนเทศกลาง (DG-Link) และการสนับสนุนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั้งในรูปแบบแชทบอทตอบคำถามและระบบคัดกรองเอกสารอัตโนมัติเพื่อลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ ควบคู่ไปกับการจัดทำมาตรฐานข้อมูลสวัสดิการให้เป็นเอกภาพบนแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐได้อย่างรวดเร็ว ณ จุดเดียว

สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป DGA และกระทรวง พม. ตั้งเป้าขับเคลื่อนการให้บริการแจ้งเตือนสิทธิเชิงรุก (Proactive Service) ผ่านระบบ AI แบบเฉพาะบุคคลให้เริ่มเห็นผลภายในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อให้ระบบสามารถแนะนำสิทธิสวัสดิการที่พึงได้รับโดยอัตโนมัติ เช่น การแจ้งเตือนสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุล่วงหน้า 1 ปี โดยลดขั้นตอนการกรอกข้อมูลให้น้อยที่สุด พร้อมเร่งนำร่องในโครงการที่มีผลกระทบสูง อาทิ การเชื่อมข้อมูลเพื่อเปลี่ยนสิทธิรักษาพยาบาลให้คนพิการได้ทันทีหลังจดทะเบียน และการจัดการศพผู้สูงอายุ นอกจากนี้จะเน้นการดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลบัตรประจำตัวคนพิการเข้ากับระบบตรวจสอบสิทธิ์อัตโนมัติเพื่อลดภาระการเดินทางไปติดต่อหลายหน่วยงาน การนำเทคโนโลยี AI มาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตา รวมถึงการออกแบบระบบยืนยันตัวตนแทนสำหรับผู้ป่วยติดเตียงผ่านอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เพื่อให้การส่งมอบสวัสดิการสังคมเป็นไปอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการวางแผนงบประมาณพัฒนาทักษะดิจิทัลแก่บุคลากร เพื่อรองรับการบริหารจัดการระบบสวัสดิการดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน

DGA ผนึกกระทรวง พม. ดึงนวัตกรรมยกระดับ “สวัสดิการดิจิทัล” บริการปชช.ผ่านแอปฯ ทางรัฐ

ทั้งนี้ กิจกรรม “DGA Roadshow 2026” ถือเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายและกลไกการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำ ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นภารกิจสำคัญในการนำประเทศไทยสู่ระบบสวัสดิการสังคมดิจิทัลแบบบูรณาการ ที่ประชาชนทุกช่วงวัยและกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมในทุกมิติ