ครั้งที่ 5 ลายมือชื่อดิจิทัล (e-Signature)
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA จัดการประชุมระดมสมอง (Focus Group) ถกเข้มหน่วยงานรัฐและเอกชน ในหัวข้อ “ลายมือชื่อดิจิทัล (e–Signature)” เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหาแนวทางขับเคลื่อนการใช้งาน e-Signature ให้เกิดขึ้นจริงทั่วประเทศ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
นายชรินทร์ ธีรฐิตยางกูร ผู้อํานวยการฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล DGA กล่าวเปิดงานและนำเสนอผลการศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศให้ฟัง ได้แก่ สหราชอาณาจักร เอสโตเนีย สิงคโปร์ และเดนมาร์ก รวมถึงนำเสนอความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการฯ พร้อมด้วย Lord Francis Maude ผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางการเมืองของสหราชอาณาจักร ยาวนานกว่า 30 ปี มานำเสนอแนวคิดและประสบการณ์ด้านการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล ต่อด้วยการนำเสนอของ Mike Tan และ Earl Tan ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐบาลดิจิทัลจากสิงคโปร์ มาเล่าให้ฟังถึงแนวคิดของสิงคโปร์มุ่งสู่การเป็น “Smart Nation” ที่มีระบบบริการดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน
แม้ประเทศไทยมีกฎหมายรองรับ e-Signature ตั้งแต่ปี 2544 คือ พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 แต่การนำไปใช้จริงยังคงเผชิญความท้าทายหลัก 3 ด้าน ได้แก่
- ประชาชนและบุคลากรภาครัฐยังขาดความเชื่อมั่นและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายและความปลอดภัยของ e-Signature
- กฎระเบียบภายในของหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ยังคงกำหนดให้ใช้ลายมือชื่อบนกระดาษ ทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการแบบดิจิทัล
- e-Signature ประเภทที่มีความปลอดภัยสูงสุด (ประเภท 3) ยังมีต้นทุนสูง ขณะที่บริการภาครัฐบางส่วนยังไม่รองรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ เป็นต้น
ทั้งนี้ DGA ในฐานะหน่วยงานกลาง ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม D-SIGN (Digital Signature) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถสร้างและลงนามในเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัยและมีผลทางกฎหมาย นายสุพัชรินทร์ กิ่งแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลกลางภาครัฐ กล่าวว่า แพลตฟอร์มกลาง “D-SIGN” ปัจจุบันมีหน่วยงานใช้งานกว่า 20 แห่ง และมียอดลงนามรวมกว่า 11 ล้านครั้งนับตั้งแต่เปิดให้บริการ ตัวอย่างเช่น กรมสรรพากร ได้นำ e-Signature มาใช้อย่างเต็มรูปแบบในระบบ e-Withholding Tax และใช้ในการออกใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (PDF/A-3) ตามมาตรฐาน ETDA ด้านกรมบัญชีกลาง มีการใช้ Digital Signature ในระบบ Back-end และมีแผนจะขยายการใช้งานไปยังระบบอื่น ๆ เช่น ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ ซึ่ง ETDA กำลังผลักดันการใช้งาน “Remote Signing” ผ่านโครงการ Sandbox และมีโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ให้หน่วยงานรัฐด้วย
เวทีนี้ยังได้เสนอประเด็นเร่งด่วนที่ต้องร่วมกันผลักดันเพื่อให้การใช้งาน e-Signature เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมทั่วประเทศ ดังนี้
– ผลักดันให้ทุกหน่วยงานภาครัฐยอมรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และ e-Signature
– สร้างมาตรฐานที่ชัดเจน จากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการเลือกใช้ลายมือชื่อแต่ละประเภท
– สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ให้แก่บุคลากรภาครัฐและประชาชน
– สนับสนุนด้านงบประมาณ สำหรับหน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้ e-Signature ที่มีความปลอดภัยสูง
– เร่งแก้ไขกฎระเบียบภายในของหน่วยงาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ให้สอดคล้องกับกฎหมายแม่บท
– สร้างความเชื่อมั่นในผู้ให้บริการ โดยอาจมีกลไกการรับรองมาตรฐานที่ชัดเจน
DGA จะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปประกอบการจัดทำ (ร่าง) แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย พ.ศ. 2568–2570 (ฉบับปรับปรุง) เพื่อขับเคลื่อนการใช้ e-Signature อย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับการบริการภาครัฐสู่ดิจิทัลอย่างแท้จริง ภายใต้วิสัยทัศน์ “สะดวก มั่นใจ บริการภาครัฐไทยสำหรับทุกคน”
