ขนาดอักษร |
TH EN

ข้อมูลเผยแพร่

รองนายกฯ นายวิษณุ เปิดงาน e-Gov Day 2015 by EGA : Digital Government : The Road to Digital Economy

12 มิถุนายน 2558 09:57:59
1360
วันที่ : 12 มิถุนายน 2558 09:57:59 | 1360 อ่าน

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA ร่วมกับหน่วยงานราชการประกอบด้วย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักราชเลขาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานประกันสังคม กรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด  มหาวิทยาลัยมหิดล กสทช. สสส. GCC1111 SIPA และ Software Park ผนึกกำลังภาครัฐให้บริการออนไลน์แก่ประชาชน จัดงานสัมมนาและนิทรรศการ เรื่อง “e-Gov Day 2015 by EGA : Digital Government : The Road to Digital Economy รัฐบาลดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจแห่งอนาคต” ซึ่งเป็นบริการล่าสุดของรัฐบาลดิจิทัล เพื่อประชาชนที่สามารถมาใช้งานได้จริง ระหว่างวันที่ 24 - 26 เมษายน 2558 ณ ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้า Central World กรุงเทพฯ  โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษ “คืนความสะดวกให้ประชาชน : การบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จด้วยรัฐบาลดิจิทัล” เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2558 ณ โรงภาพยนตร์ 15 SF Cinema ชั้น 8 ศูนย์การค้า Central World กรุงเทพฯ 

 

นอกจากนี้ EGA แถลงข่าว “เปิดตัวแอปพลิเคชัน 5 บริการใหม่ล่าสุด เพื่อคืนความสะดวกให้ประชาชน” ได้แก่ แอปพลิเคชัน OHM Book Shelf ซึ่งเป็นแอปฯที่ ประมวลพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัช และพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ของสำนักราชเลขาธิการเปิดตัวโดย นายปรีชา ส่งกิตติสุนทร ผู้ช่วยราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ แอปพลิเคชัน Lost Car ซึ่งเป็นแอปฯ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวยในการแจ้งข้อมูลและค้นหาข้อมูลรถที่สูญหาย เปิดตัวโดย พ.ต.อ.โฆษิต ปิยเจริญ รองผู้บังคับการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แอปพลิเคชัน Doctor Asks แอปฯ ต้อนรับ AEC ช่วยอำนวยความสะดวกแพทย์และพยาบาลในการแปลภาษาสื่อสารกับผู้ป่วยที่เป็นแรง งานต่างชาติ เปิดตัวโดย ดร. สิรินทร พิบูลภานุวัธน์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล โดยทั้ง 3 แอปพลิเคชันนี้สามารถดาวโหลดได้ผ่านศูนย์กลางแอปพลิเคชันภาครัฐ หรือ GAC และแอปพลิเคชัน G-Chat เป็นแอปฯ แชทออนไลน์เฉพาะหน่วยงานภาครัฐ เปิดตัวโดย ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ สุดท้ายเป็นบริการตรวจเช็คสุขภาพทางการเงิน (เครดิตบูโร) โดยบริการนี้จะเพิ่มอยู่ในตู้คีออสเพื่อบริการประชาชน ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์บริการร่วมภาครัฐ หรือ G-Point ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดตัวโดย นายธฤต ศรีอรุโณทัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งประชาชนสามารถเข้าใช้บริการต่างๆดังกล่าวได้แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

สำหรับงาน e-Gov Day 2015 ระหว่างวันที่ 24 - 26 เมษายน 2558 นี้ EGA ยังจัดนิทรรศการ e-Gov Day 2015 by EGA : Digital Government : The Road to Digital Economy ณ ลาน Eden ชั้น 1 ศูนย์การค้า Central World กรุงเทพฯ เพื่อเป็นการ Educate กลุ่มเป้าหมายในเรื่องของ Digital Government และ Digital Economy ให้เห็นภาพเป็นรูปธรรม ซึ่งแบ่งบูธนิทรรศการออกเป็น 3 zone ได้แก่

 

Zone A : Digital Government Infra ที่เน้นโชว์บริการของ EGA ที่เป็นกระดูกสันหลังของการเกิด Digital Government และการใช้ชีวิตแบบ Smart Life อาทิ หมวด Infrastructure ได้แก่ GIN, G-Cloud, Gov Data Center, GIN Conference หมวดความร่วมมือ ได้แก่ SIGO, Open Data หมวด Security Concern ได้แก่ MailGoThai, G-Chat, G-CERT หมวดการพัฒนา Government IT Staff ได้แก่ e-Gov Academy หมวดนวัตกรรม ได้แก่ e-Government Innovation Center Corner เป็นต้น

 

Zone B : Smart Life ที่เป็นการโชว์บริการที่เข้าถึงประชาชนโดยตรง ทั้งบริการของ EGA และบริการของภาครัฐอื่นๆ อาทิ หมวดเทิดพระเกียรติ ได้แก่ แอปพลิเคชัน สุขพอที่พ่อสอน ที่รวบรวมพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาท คัดตัดตอน, แอปพลิเคชัน Book Shelf ที่ประมวลพระราชกรณียกิจ พร้อมภาพพระราชกรณียกิจ, e-Book จาก สำนักราชเลขาธิการ หมวด Digital Life ได้แก่ GAC (แอปพลิเคชัน Lost Car, Doctor Asks) e-Gov Portal Smart Citizen Info และ Kiosk (ตู้บริการข้อมูลประชาชน) DBD แนะนำให้คำปรึกษาการยื่นงบประมาณทางอิเล็กทรอนิกส์และเพิ่มช่องทางการค้าออ นไลน์ให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนผ่านแอปพลิเคชัน หมวดความร่วมมือ ได้แก่ G-Point ศูนย์บริการร่วมในห้างสรรพสินค้า จาก สำนักงาน ก.พ.ร., โชว์ผลงานจากผู้เข้าประกวดและ Partner จากโครงการ MEGA ภายใต้ความร่วมมือจาก SIGO หมวด Public Hearing แสดงผลการสำรวจความต้องการ Mobile Application และการเก็บข้อมูลความต้องการเพิ่มเติมจากประชาชนในงาน เป็นต้น

 

Zone C : Digital Economy & I เป็นการโชว์ผลงานของ Zone A - Zone B และกิจกรรมบนเวที เน้นให้เห็นถึงการประหยัดเงินงบประมาณ ประหยัดเวลา เพิ่มคุณภาพชีวิต และการนำพาประเทศไปสู่ยุคใหม่ โดยจัดกิจกรรมบนเวที ได้แก่ การเปิด VDO Presentation การสัมภาษณ์ความต้องการบริการ e-Service จากประชาชน การแชร์ความคิดเห็นจาก Celebrity จากแขนงต่างๆ ที่มาร่วมงาน ว่าการเกิด Digital Economy ส่งผลดีกับตัวเขาอย่างไร

 

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/media/set/?set=a.855360537866922.1073741851.542226425847003&type=3


===========================================================================

ข่าวประชาสัมพันธ์

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เผย 10 แนวโน้มรัฐบาลดิจิทัล หลังรัฐบาลรุกหนักดิจิทัลอีโคโนมี ชี้อินเทอร์เน็ตเมืองจะถูกจัดระบบใหม่ รัฐแห่ใช้คลาวด์คอมพิวติ้ง การจัดซื้อไอทีภาครัฐจะเปลี่ยนแปลง พร้อมเปิดเผยข้อมูลภาครัฐเพื่อให้โปร่งใสและนำไปใช้งานสร้างแอปพลิเคชันต่อ เนื่อง

 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การจัดงาน e-Gov Day 2015 ของสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ในวันที่ 24-26 เมษายนนี้ ก็เพื่อต้องการให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลต้องการผลักดันนโยบาย Digital Economy เพื่อยกระดับทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้มีความสะดวกสบายมากขึ้นในแบบที่ยั่งยืน ภาครัฐเองถือเป็นองคาพยพใหญ่ที่จะคืนความสะดวกให้ประชาชนในการบริการรูปแบบ ต่างๆ คำสำคัญที่เป็นตัวตั้งในการบริการยุคนี้คือ ต้องการแบบเบ็ดเสร็จ

 

นอกจากการปรับเปลี่ยนภายในส่วนของภาครัฐเองแล้ว รัฐต้องเรียนรู้พฤติกรรมของประชาชนว่าเปลี่ยนแปลงเช่นไร เช่น คนส่วนใหญ่จะไม่ว่างวันธรรมดา ถ้าจะมาติดต่อกับหน่วยงานรัฐ มีให้มาวันเสาร์อาทิตย์จะดีกว่า ไม่กระทบกับการทำงานโดยปกติ และถ้าให้ไปที่หน่วยงานบางทีก็ไม่รู้จัก เดินทางลำบาก ถ้ามีจุดรวมศูนย์ที่เดียว มาครั้งเดียวทำได้ทุกอย่างยิ่งดี และถ้าเปลี่ยนการติดต่อจากต้องเดินทางไปหน่วยงานนั้นๆ มาเป็นหน่วยงานนั้นๆ มาตั้งอยู่ในศูนย์การค้าที่สะดวกสบายอยู่แล้ว การเข้าถึงยิ่งง่ายเข้า ดังนั้น จึงเกิดโครงการจัดตั้งศูนย์บริการร่วมภาครัฐ (G-Point) โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ซึ่งศูนย์ G-Point ที่แรกได้เปิดให้บริการแล้วที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยจะเปิดให้บริการเกี่ยวกับการติดต่อเรื่องประกันสังคม ติดต่อกรมการจัดหางานและขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติ ติดต่องานทะเบียนราษฎร์ อาทิ ทำบัตรประชาชนและทำบัตรใบขับขี่และงานเปลี่ยนใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่ว คราว ซึ่งต่อไปในอนาคตจะมีการเพิ่มงานบริการอื่นๆ ที่ส่วนราชการ หรือ ก.พ.ร. พิจารณาแล้วเห็นว่าควรนำมาให้บริการในศูนย์บริการร่วม

 

นอกจากนั้น สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ EGA ยังมีการนำร่องการให้บริการแบบ Self-Service ได้แก่ การตรวจสอบสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากภาครัฐ เช่น ข้อมูลประกันสังคม เบี้ยผู้สูงอายุ หรือตรวจสอบข้อมูลบุคคลในทะเบียนบ้าน ผ่านตู้คีออส (Kiosk) เพื่อให้บริการประชาชนที่ตั้งอยู่ในศูนย์ G-Point ด้วย

 

ดังนั้นต่อจากนี้ไปรัฐบาลจะทำทุกทางที่ทำให้การบริการประชาชนเข้าสู่การ บูรณาการมากขึ้น ต้องง่าย สะดวก โปร่งใส และการบริการจะต้องไม่สร้างความยุ่งยาก หรือทำให้ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น และทำให้บริการเหล่านี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาเชื่อมโยงไปกับชีวิตประจำวัน บัตรประชาชนใบเดียวสามารถดำเนินการได้หมด รัฐบาลดิจิทัลต้อง Smart มากขึ้น ทันสมัยมากขึ้น

 

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยในงานสัมมนา e-Gov Day 2015 ว่า จากการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล และเน้นให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล หรือ Digital Government อย่างเป็นระบบจะส่งให้เกิดแนวโน้ม 10 ด้านที่สำคัญขึ้นในประเทศไทย โดยคาดว่าแนวโน้มนี้จะเกิดขึ้นภายใน 2 ปีนี้ ซึ่งจะกระทบวงกว้างทั้งในฝั่งประชาชน ฝั่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์ และฝั่งหน่วยงานรัฐ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวทั้งระบบ ซึ่ง 10 แนวโน้มที่สำคัญคือ

 

1. เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย จะถูกจัดสรรใหม่ เช่นเดียวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ในธุรกิจโทรคมนาคม ภาครัฐจะสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ทุกแห่ง และมีการเชื่อมต่อข้อมูลปลายทางจากหน่วยงานกว่าครึ่ง ข้อมูลพื้นฐานจากบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และอื่นๆ จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ดึงไปใช้ได้ในทันที

 

2. ภาครัฐจะใช้คลาวด์คอมพิวติ้งเป็นพื้นฐานกว่า 50% ทั้งจากการผลักดันของกฎระเบียบต่างๆ การใช้งานที่พิสูจน์แล้วทั้งภาครัฐและเอกชนที่แสดงให้เห็นแล้วว่ามี ประสิทธิภาพ ประหยัดกว่า ระบบใหญ่ๆ ของภาครัฐที่แม้จะ Critical แค่ไหนก็จะมีการใช้งานผ่านคลาวด์คอมพิวติ้ง และระบบ G-Cloud ของ EGA ก็จะเข้ามารองรับแนวโน้มนี้อย่างสมบูรณ์

 

3. การใช้จ่ายหรืองบประมาณภาครัฐทางด้านไอทีจะเปลี่ยนเป็นการพัฒนาเฉพาะแอปพลิ เคชันถึง 50% การจัดซื้อฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์เครือข่ายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะนโยบายการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ และ G-Cloud จะทำให้ระบบการจัดซื้อระบบไอทีของภาครัฐเปลี่ยนไป

 

4. ภาครัฐจะแบ่งปันข้อมูลแบบมาตรฐานเข้าสู่โครงการ Open Data ประมาณ 200 ชุดข้อมูล ซึ่งถือว่าจะยังไม่มากนัก แต่หลังจากนั้นจะเกิดชุดข้อมูลแบบก้าวกระโดด

 

5. แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของภาครัฐจะมีให้บริการประชาชนมากกว่า 500 โปรแกรม และจะกลายเป็นแอปพลิเคชันหลักในตลาด โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้จะมาจากภาครัฐโดยตรงและจากการพัฒนาเชิงพาณิชย์ของนัก พัฒนาซอฟต์แวร์เอกชน

 

6. การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง Big Data จะเริ่มดำเนินการ อาจจะมีองค์กรใหม่ของภาครัฐเข้ามาจัดการ และจะมี Data Scientist ภาครัฐขึ้น เพื่อทำให้ฝ่ายบริหารของรัฐบาลได้ข้อมูลที่สำคัญไปช่วยในการบริหารงานต่อไป

 

7. Internet of Thing (IOT) ในภาครัฐจะเริ่มเกิดขึ้น จากการเข้ามาของ IOT หรือสิ่งของทุกสิ่งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เอง แม้จะเป็นปีแรกๆ ที่แนวคิดและคอนเซ็ปต์จะถูกจับมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์จริงบ้างแล้ว แต่นี่คือแนวโน้มใหญ่ของโลก ซึ่งจะเห็นการพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้เข้ามาสู่ระบบรัฐบาลดิจิทัลในเร็วๆ นี้

 

8. จุดให้บริการของภาครัฐต่อประชาชนจะเริ่มเปลี่ยนจากการใช้คนมาเป็นใช้เครื่อง ไม่ว่าจะเป็นตู้คีคอส เวนดิ้งแมชชีน หรือเครื่องอัตโนมัติต่างๆ ภาคประชาชนจะดำเนินการธุรกรรมต่างๆ ผ่านเครื่องด้วยตัวเอง ซึ่งจะลดขั้นตอนและลดปัญหาต่างๆ ลงไปได้มาก

 

9. ประชาชนจะเริ่มเก็บข้อมูลธุรกรรมกับภาครัฐต่างๆ ไว้กับตัว และสามารถบริหารข้อมูลเหล่านั้นเพื่อเป็นประโยชน์ได้ โดยการจัดเก็บและการบริหารอาจอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่นเก็บในฮาร์ดดิสก์ส่วนตัว หรือเก็บไว้บนคลาวด์ แต่ทั้งหมดต้องสามารถดึงมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการ

 

10. ระบบแอปพลิเคชันใหม่ๆ ของภาครัฐจะเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Payment Gateway และระบบอื่นๆ ที่เป็นของภาคเอกชน ดังนั้นแอปพลิเคชันต่างๆ ของภาครัฐจะมีการให้บริการในหลากมิติ

 

ทั้งหมดนี้จะเป็น The New Paradigm of Government Services ที่จะเข้ามาถึงประเทศไทยในเร็ววันนี้แล้ว จะเป็นการยกระดับและทำให้บริการของภาครัฐต่อประชาชนเปลี่ยนไปอย่างพลิกโฉม ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนทั้งระบบไม่ใช่การเปลี่ยนเฉพาะหน่วยงานรัฐที่มีความ พร้อมเท่านั้น EGA เชื่อว่าภาคประชาชนจะได้ประโยชน์จาก Digital Economy อย่างเต็มที่ โดยมี Digital Government คอยให้บริการอยู่เคียงข้าง

 

สำหรับการดำเนินงานของ EGA ในรอบสี่ปีของการก่อตั้ง ถือว่าเป็นไปอย่างก้าวกระโดดและมีทิศทาง เราได้เห็นระบบโครงการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายรัฐบาล อิเล็กทรอนิกส์ (Common Government Network Infrastructure) การพัฒนาระบบคลาวด์ภาครัฐ (Government Cloud : G-Cloud) ปัจจุบันมีหน่วยงานขอใช้บริการทั้งสิ้น 211 หน่วยงาน คิดเป็น 507 ระบบ การพัฒนาเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (Government Information Network : GIN) ที่พัฒนาให้มีการนำระบบบริการภาครัฐที่ส่วนราชการสามารถใช้งานร่วมกันได้บน เครือข่าย GIN ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐใช้บริการ GIN แล้วมากกว่า 3,000  วงจรทั่วประเทศ เราได้เห็น EGA ได้เป็นแนวรุกในการผลักดันให้เกิดแอปพลิเคชันภาครัฐ ให้เป็นบริการกับประชาชนอย่างแท้จริงมากขึ้น โดยการตั้ง GAC หรือ Government Application Center เพื่อรวบรวมแอปพลิเคชันมากมายของภาครัฐเพื่อให้ประชาชนค้นหาได้ง่าย ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมแอปพลิเคชันภาครัฐแล้วเกือบ 100 แอปพลิเคชัน จากทั้ง 19 กระทรวง รวมทั้งจากสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานอิสระต่างๆ

 

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความพยายามของ EGA ที่จะขับเคลื่อนการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีคุณภาพ มีความโปร่งใส เน้นการมีส่วนร่วม เพื่อยกระดับการบริการสู่ประชาชน และสอดคล้องกับนโยบายดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ Digital Economy ของรัฐบาล

 

ชมภาพเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/eGovernmentAgency/media_set?set=a.901182389920112.1073742014.100000850770441&type=1&pnref=story

ict
  • สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2558 ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (สพร.)
  • โทรศัพท์ : (+66) 0 2612 6000 โทรสาร : (+66) 0 2612 6011-12 อีเมล : contact@dga.or.th
DGA CONTACT CENTER
EGA CONTACT CENTER